ส่วนใหญ่เท่าที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยบอกมา พวกฆ่าตัวตายตกนรก ไม่มีข้อยกเว้นว่าใครฆ่าตัวตาย ไม่มีข้อยกเว้นว่าถ้าคนระดับนี้ฆ่าตัวตายไม่ตกนรก ส่วนใหญ่ฆ่าตัวตายก็ต้องรับกรรม ตกนรกไป บางทีมีชีวิตอยู่มีความทุกข์ มีความทุกข์ก็ไปฆ่าตัวตาย ฆ่าตัวตายเสร็จแล้วมันก็เดินร้องไห้ไปเรื่อยๆ มันตกนรกแล้วล่ะ แต่นรกนั้นมันไม่ได้ถูกใครขัง นรกมันอยู่ที่จิตของตัวเอง สร้างภพตายซ้ำตายซากอยู่อย่างนั้น วนๆๆ แล้วฆ่าตัวตายซ้ำๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นมันไม่มีข้อดีให้กับใครหรอก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 เมษายน 2564 ไฟล์ 640424 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640424.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

สมาธิของพระพุทธเจ้าไม่หลงอารมณ์ ตั้งมั่นอยู่เหนืออารมณ์ เหมือนดูมาจากที่สูง ยืนอยู่บนตึก เห็นรถวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในถนน ตัวไม่หล่นลงไปอยู่ในถนน รถไม่ได้มีคันเดียวใช่ไหม เดี๋ยวคันนั้นมา เดี๋ยวคันนี้มา เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สมาธิของพระพุทธเจ้า จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ไม่ใช่สงบนิ่งอยู่ในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง ถ้าเราแยกแยะไม่ออก ก็ไม่เข้าใจหรอก ทำไมทำสมาธิแล้วไม่ได้มรรคผล ทำไมสมาธิของพระพุทธเจ้าได้มรรคได้ผล ก็ต้องค่อยๆ ฝึกเอา ค่อยๆ สังเกตเอา ถ้าเราให้ความสำคัญกับอารมณ์เป็นหลัก เราจะได้สมาธิชนิดสงบ ถ้าเราให้ความสำคัญกับจิตใจของตนเอง เราจะได้สมาธิชนิดตั้งมั่น -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 18 เมษายน 2564 ไฟล์ 640417 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640418.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

สติสำคัญมาก ขาดสติคือขาดการปฏิบัติ มีสติคือมีการปฏิบัติ จะทำสมถะก็ต้องมีสติ จะทำวิปัสสนาก็ต้องมีสติ แต่ทำวิปัสสนาก็ต้องสติบวกปัญญา บวกสมาธิ บวกปัญญาเข้าไป ถ้าเราขาดสติตัวเดียว ก็ไม่ได้ภาวนาแล้ว หลง ลืม จุดเริ่มต้นที่เราจะฝึกกัน ฝึกให้มันมีสติไว้ หายใจออกรู้สึกตัว หายใจเข้ารู้สึกตัว ยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึกตัวไป เคลื่อนไหว หยุดนิ่ง รู้สึกตัวไป ถ้าขาดความรู้สึกตัว ขาดสติ ให้เรารู้สึกตัวเนืองๆ ฝึกทุกวันๆ เวลาต้องการให้จิตสงบ ให้จิตได้พักผ่อน หรือจะฝึกให้จิตตั้งมั่น คือเรื่องของการฝึกสมาธิทั้งหลาย ก็ต้องอาศัยสติ พระพุทธเจ้าถึงสอนสติปัฏฐาน สติปัฏฐานในเบื้องต้นนั้นเป็นไปเพื่อความมีสติ สติปัฏฐานในเบื้องปลายเป็นไปเพื่อความมีปัญญา ฉะนั้นในสติปัฏฐานนี้ครอบคลุม ทั้งสมถกรรมฐานทั้งวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยการฝึกสติ -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 เมษายน 2564 ไฟล์ 640417 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640417.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 7:00pm +07

เฝ้ารู้เฝ้าดูของจริงอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเป็นกายนี่เป็นปัจจุบันขณะ นามธรรมก็เป็นปัจจุบันสันตติ คือสืบเนื่องกับปัจจุบัน ดูไป พอเราเห็นรูปธรรม เห็นนามธรรมแล้ว แค่นี้ไม่พอ ตรงที่เราเห็นรูปธรรม-นามธรรม ยังไม่ขึ้นวิปัสสนา จะต้องเห็นไตรลักษณ์ เห็นความจริงของรูปธรรม-นามธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 เมษายน 2564 ไฟล์ 640411 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640411.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

การปฏิบัติมี 3 แนวทางหลักๆ ใช้สมาธินำปัญญา ใช้ปัญญานำสมาธิ ใช้สมาธิและปัญญาควบไปด้วยกัน ฉะนั้นเวลาเราไปเจอครูบาอาจารย์ องค์นี้ท่านสอนอย่างนี้ เรา เอ๊ะ ทำไมสอนไม่เหมือนองค์นี้อะไรอย่างนี้ ก็สอนกันคนละเรื่อง สอนคนละเส้นทาง ท่านมาทางไหนท่านก็ชอบสอนทางนั้น ถนัดอย่างไรก็สอนอย่างนั้น ฉะนั้นถ้าเราภาวนาเป็นเราก็จะไม่สงสัย เราฟังเราก็เข้าใจ แต่ถ้าเราเรียนของเราแคบๆ ก็ไม่เข้าใจของคนอื่น -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 เมษายน 2564 ไฟล์ 640410 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640410.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

ดูจริตนิสัยเรา ถ้าเราเป็นพวกโลภมาก อยากมาก เรียกว่าตัณหาจริต สติปัฏฐานที่เหมาะกับพวกตัณหาจริตก็คือ ดูกายหรือเวทนา ถ้าพวกเจ้าความคิดเจ้าความเห็น เรียกว่า พวกทิฏฐิจริต สิ่งที่เหมาะสมก็คือจิตตานุปัสสนาและธัมมานุปัสสนา อุบายในการปฏิบัตินี่หลากหลาย นับจำนวนไม่ถ้วน เรียกกุศโลบาย อุบายที่ฉลาดในการฝึกกรรมฐาน อุบายนั้นทางใครทางมัน แต่หลักของการปฏิบัติมีทางเดียวที่พระพุทธเจ้าสอน คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ไม่มีทางที่สอง แต่ในอริยมรรคแต่ละตัวๆ มันก็มีวิธีที่จะพัฒนาขึ้นมา อย่างสัมมาสติทำอย่างไรเราจะเกิดสติ บางคนเกิดสติเพราะเจริญกายานุปัสสนา บางคนเกิดสติเพราะเจริญเวทนานุปัสสนา บางคนเกิดสติเพราะเจริญจิตตานุปัสสนา บางคนก็ขึ้นธัมมานุปัสสนา พอสติถูกต้อง สมาธิที่ถูกต้องก็เกิด ถ้าได้สัมมาสติเมื่อไหร่ ก็ได้สัมมาสมาธิควบกันมาอย่างนั้น แล้วทำให้มาก เจริญให้มาก ต่อไปก็สัมมาญาณะ ความรู้ถูกความเข้าใจถูกก็เกิดขึ้น มีความรู้ถูก มีความเข้าใจถูกเกิดขึ้น ก็เกิดสัมมาวิมุตติ เกิดมรรคเกิดผล -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 เมษายน 2564 ไฟล์ 640404 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640404.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

สนามรบของนักปฏิบัติมีอยู่ 4 แห่ง คือกาย เวทนา จิต ธรรม วิหารธรรม 4 อย่างนี้มีความหยาบ ความละเอียดที่แตกต่างกัน เวลาเราจะทำสงครามเราต้องรู้จักเลือกชัยภูมิ ว่าชัยภูมิอันไหนที่เราได้เปรียบ ไม่ใช่นึกจะรบตรงไหนก็ไปรบ อันนั้นโง่ ชัยภูมิในการรบของเราก็คือกาย เวทนา จิต ธรรมนี้ แล้วเราจะเลือกอย่างไร ถ้าสติ สมาธิเดิมของเราหยาบ ไม่ค่อยมีสติ ไม่ค่อยมีสมาธิ เราก็ต้องใช้อารมณ์กรรมฐานที่หยาบ เลือกสมรภูมิที่หยาบๆ ถ้าสติ สมาธิของเรามันสะสมมาดีแล้ว เราก็เลือกสมรภูมิ เลือกชัยภูมิที่ละเอียด คือทำกรรมฐานอย่างละเอียดได้ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นกรรมฐานที่ตั้งแต่หยาบที่สุด จนถึงละเอียดที่สุด หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 เมษายน 2564 ไฟล์ 640403 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640403.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

บางคนก็เริ่มต้นดูกาย บางคนก็เริ่มต้นดูเวทนา บางคนก็เริ่มต้นดูจิต ทางใครทางมัน แต่ในสุดท้ายไม่ว่าจะดูกาย เวทนา หรือจิต หรือธรรม สุดท้ายมันก็ลงไปที่เดียวกัน เข้าไปสู่วิมุตติอันเดียวกัน เข้าไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้นอันเดียวกัน เข้าไปสู่พระนิพพานก็อันเดียวกัน มันเป็นสภาวะที่เหมือนกัน คล้ายๆ คนขึ้นภูเขา ทางขึ้นภูเขาก็อยู่รอบทิศทาง บางช่วงเป็นหน้าผา คนที่ชอบปีนหน้าผามันมี ให้มันเดินราบๆ ไปมันไม่เอา บางคนมีเงินมาก บารมีมาก ขึ้นเฮลิคอปเตอร์แป๊บเดียวถึงยอดเขาเลย บางคนไม่อยากเป็นอย่างนั้น อยากเดินชมวิว ชมต้นไม้ ชมนก ค่อยๆ เดิน แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนให้สบาย มันไม่ชอบ มันต้องอะไรที่ลำบากๆ มันถึงจะชอบ ใจมันถึงจะลง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเทคนิคเฉพาะตัว เส้นทางนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว เป้าหมายอันเดียวกัน แต่วิธีการทำนี่หลากหลายมาก -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640327 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640328.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

วันๆ หนึ่งเรามองคนอื่นมากกว่ามองตัวเอง ฉะนั้นก็เห็นแต่คนอื่น มันไม่เห็นตัวเอง เห็นคนอื่นแล้วใจของเรามันมีกิเลส มันก็เห็นคนอื่นในมุมที่ตัวเองอยากเห็น ชอบขึ้นมาก็มองว่าเขาดี ไม่ชอบขึ้นมาก็เขาเลว มองอย่างที่ตัวเองอยากมอง ส่วนของจริงคือรูปธรรมนามธรรมนี้ มันอยู่กับเรามาแต่ไหนแต่ไร อาศัยพระพุทธเจ้าชี้ให้เราย้อนกลับมาดู “โอปนยิโก” ย้อนกลับเข้ามาดูตัวเอง ฉะนั้นเราก็หัดมาสนใจตัวเอง ไม่ต้องสนใจคนอื่นมากนัก ไม่ต้องไปจับผิดคนอื่น มาจับผิดตัวเอง ลองย้อนกลับมาทำตัวเองให้มันดีเสียก่อน ย้อนกลับมาฝึกตัวเองให้มันดีเสียก่อน ค่อยวิจารณ์คนอื่นก็ได้ ไม่สายไปหรอก ย้อนมาดูตัวเอง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640327 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640327.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

การภาวนามันมี 2 ส่วน ส่วนของสมถกรรมฐานกับส่วนของวิปัสสนากรรมฐาน สมถกรรมฐาน มีหลักง่ายๆ นิดเดียว อยากให้จิตสงบมีเรี่ยวมีแรง ก็อย่าให้จิตมันฟุ้งซ่านไป เราเลือกอารมณ์ที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข มีความสงบ สบายใจอยู่กับอารมณ์อันไหน เราก็อยู่กับอารมณ์อันนั้น พอเราอยู่กับอารมณ์ที่มีความสุข มีความพอใจ จิตใจก็ไม่หิวอารมณ์ เที่ยววิ่งร่อนเร่ไปเรื่อยๆ มันก็มีความสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว การทำวิปัสสนากรรมฐาน ขั้นแรกต้องหัดเห็นสภาวธรรมก่อน เพราะวิปัสสนากรรมฐาน เป็นการเห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม ขั้นแรกเลยก่อนที่จะถึงวิปัสสนา เราต้องแยกขันธ์ให้ได้ แยกธาตุแยกขันธ์ให้ออก ทีแรกหัดรู้ตัวสภาวะไป พอเห็นสภาวะทั้งหลายมันแยกออกไปจากจิตที่เป็นคนรู้ เรียกว่าเราเริ่มแยกขันธ์ ทีแรกเห็นตัวสภาวะแต่ละตัวๆ ที่เกิดขึ้น แล้วเห็นทุกๆ ตัวนั้นถูกรู้ถูกดู แล้วต่อไปก็ดูเขยิบขึ้นไป ทุกๆ ตัวนั้นตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ กระทั่งตัวจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ เพราะว่าจิตเดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ เดี๋ยวก็เป็นผู้คิด ผู้รู้ก็ไม่เที่ยง ผู้รู้เกิดแล้วก็ดับ ผู้คิดเกิดแล้วก็ดับ เฝ้าดูไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันจะเห็นเลยว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640321 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640321.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

“มีสติรู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง” คำว่าตามความเป็นจริงคือเห็นไตรลักษณ์ เพราะความจริงของรูปนามคือไตรลักษณ์ ถ้าไม่เห็นไตรลักษณ์ก็เรียกว่ายังไม่ได้ทำวิปัสสนา ฉะนั้นประโยคสั้นๆ นี้ล่ะที่หลวงพ่อรวมมาจาก หลักการปฏิบัติที่กว้างขวางมากมาย ถ้าพวกเราตีความตรงนี้แตก พวกเราทำวิปัสสนาได้แน่นอน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640320 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640320.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

คนที่ไม่ปฏิบัติพอมันเกิดสุข เกิดทุกข์ เกิดดี เกิดชั่ว มันไปสนใจของข้างนอก สนใจรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สนใจเรื่องราวที่คิดนึกเอา มันไม่สนใจตัวเอง ไม่สนใจที่จะอ่านตัวเอง อ่านว่าจิตใจตอนนี้เป็นอย่างไร พอไม่สนใจก็คือไม่ได้ปฏิบัติแล้ว ไม่ได้เรียนรู้กาย ไม่ได้เรียนรู้ใจ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640314 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640314.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

ก่อนที่เราจะเห็นว่าจิตทุกอย่างเกิดแล้วดับ เราเห็นจิตทีละอย่างก่อน จิตสุขเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตไม่สุขจิตไม่ทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตโลภเกิดแล้วก็ดับ จิตไม่โลภเกิดแล้วก็ดับ จิตโกรธ จิตหลงเกิดแล้วก็ดับ ทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับไปหมด เห็นอย่างนี้ซ้ำๆๆ จะรู้ว่าจิตนี้เองเกิดดับอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640313 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640313.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

วิธีที่จะฝึกให้พอ ก็คือคอยรู้เท่าทันใจของตัวเอง ตรงที่ไม่พอเพราะความอยากมันมาก ความอยากมันครอบงำเรา ฉะนั้นเราหัดรู้เท่าทันใจของเราไว้ ใจมันมีความอยากอะไรเกิดขึ้น รู้ทันมัน ถ้าเรารู้ทันตัณหาคือความอยากที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา พอเรารู้ทัน ตัณหามันเป็นโลภะ มันเป็นกิเลส ตรงที่เรารู้ทันคือเรามีสติ ตัณหามันจะดับ พอความอยากมันดับแล้วจิตมันจะมีสติมีปัญญาขึ้นมา จิตมันเป็นกุศลแล้ว มันก็จะรู้อะไรควรอะไรไม่ควร หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640307 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640307.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ยึดทีไรก็ทุกข์ทุกที จะให้เลิกยึด ไม่ใช่ไปสั่งจิตให้เลิก ไม่มีใครสั่งจิตให้เลิกยึดได้หรอก ต้องจิตได้รับการอบรมให้มีปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดว่าขันธ์ 5 มันเป็นทุกข์ รูปนามทั้งหลายเป็นทุกข์ เห็นอย่างนี้แล้วมันเลิกยึดไปเอง มันจะยึดทำไมมันมีแต่ตัวทุกข์ ทุกวันนี้ที่ยึดอยู่เพราะไม่เห็นว่ามันเป็นทุกข์ การเห็นทุกข์นี่ล่ะทำให้เราเข้าใจธรรมะ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640306 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640306.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงจุดที่มันเข้าใจมันก็วาง แล้วจะทุกข์น้อยลงๆ ตรงที่มันทุกข์น้อยลงนั่นล่ะ ที่เรารู้สึกว่ามันมีความสุขมากขึ้นๆ มันเป็นความรู้สึกที่สัมพัทธ์ ที่จริงก็คือมันทุกข์น้อยลงเรื่อยๆ มันทุกข์สั้นลง ทุกข์น้อยลง มันก็เลยรู้สึกมีความสุขมากขึ้นๆ ตรงจุดที่มันไม่ทุกข์ ตรงที่ภาวนาถึงพระนิพพาน มันไม่ทุกข์แล้ว เพราะมันไม่มีตัณหาอีกต่อไปแล้ว มันก็ถึงเป็นบรมสุข หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640228 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640228.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

การปฏิบัติธรรมมันมีเหตุมีผล มีขั้นตอนเป็นลำดับ อยู่ๆ ก็จะปล่อยวางจิตอะไรอย่างนี้มันทำไม่ได้หรอก มีโยมมาถามหลวงพ่อว่า ภาวนาต้องปล่อยวางจิตใช่ไหม ใช่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เบื้องต้นเรายังไม่ต้องพูดเรื่องปล่อยวางจิตหรอก ล้างความเห็นผิดก่อน ว่าตัวเรามีอยู่หรือไม่มีอยู่ ฉะนั้นเบื้องต้นยังไม่ต้องไปทำลายจิต ต้องมีจิตก่อน มีจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูก่อน การทำลายผู้รู้ ทำลายจิต มันขั้นสุดท้ายของการปฏิบัติ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640227 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640227.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

รักษาศีล ฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้ประภัสสรผ่องใส เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่หลงตามกิเลสไป แล้วก็มาฝึกจิตให้ผ่องแผ้วด้วยการเจริญปัญญา จิตผ่องแผ้วได้ด้วยการเจริญปัญญา จิตจะเจริญปัญญาได้ จิตต้องประภัสสรต้องเป็นผู้รู้ก่อน มันถึงจะเจริญปัญญาได้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640226 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640226.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

คนในโลกนี้เต็มไปด้วยความเห็นผิด เห็นของไม่ใช่ตัวเราว่าเป็นตัวเรา แล้วก็อยากได้ของซึ่งมันไม่เที่ยงให้มันเที่ยง อยากให้ของที่มันเป็นทุกข์หมดไปสิ้นไป ให้มีแต่ความสุข ปฏิเสธความจริงคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ยังปฏิเสธอยู่เพราะว่ายังไม่เข้าใจธรรมะ เพราะฉะนั้นต้องเรียน พาจิตมาเรียนรู้ความจริงของรูปธรรม ของนามธรรมทั้งหลายทั้งปวง ดูแล้วดูอีก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640221 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640221.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ไม่มีใครสั่งจิตให้เกิดปัญญาได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้มีสติได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้ดีได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลได้ เพราะจิตทั้งหมดนั้นเป็นอนัตตา บังคับไม่ได้ จิตเป็นธรรมชาติที่บังคับไม่ได้แต่ฝึกได้ ฝึกด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา การเจริญปัญญาก็คือ มีจิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู มีสติระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจที่กำลังปรากฏอยู่ แล้วก็หมายรู้ความเป็นไตรลักษณ์ของสิ่งที่กำลังปรากฏนั้น ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวปัญญามันจะเกิดเอง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640220 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640220.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 640228__T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 8:00pm +07

จริงๆ แล้ว เราเรียนในสิ่งที่พอดีกับเรา ไม่ต้องเรียนเยอะหรอก เรียนเยอะๆ แล้วท่องๆ เอาไว้สอบ แล้วก็สอบเสร็จแล้วก็ลืม เรียนจริงๆ ย่อลงมาก็คือกายกับใจเรานี้ ดูกาย ถ้ากายไม่ใช่เรา ใจไม่ใช่เรา มันก็ไม่มีเราที่ไหนอีกแล้ว เฝ้ารู้เฝ้าดูลงไปเรื่อยๆ ปัญญามันเกิดมันก็ล้างความเห็นผิดได้ -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640214 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640214.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ค่อยๆ ฝึก เราก็จะมีเครื่องอยู่เป็นสุข ถ้าทำได้ถึงฌานก็มีเครื่องอยู่ที่มีกำลังแรง ถ้าเข้าฌานได้ จิตใจสงบ สบายอยู่ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ไม่เกินนั้นหรอกเดี๋ยวก็เสื่อม เพราะมันเป็นของเสื่อม ถ้าเราฝึกของเราทุกวันมันก็ไม่ทันเสื่อม มันก็สบายทุกวันๆ แต่อย่าติดความสบาย ก็ต้องมาเจริญปัญญาให้เกิดญาณทัสสนะ ฝึกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสติสัมปชัญญะกับชีวิตเรามันเป็นอันเดียวกันเลย อย่างนี้ใช้ได้แล้ว แล้วต่อไปๆ มันจะค่อยๆ ล้างอาสวะในส่วนลึกออกไป คือประโยชน์ยิ่งใหญ่ของการทำสมาธิภาวนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640213 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640213.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ทันทีที่เราเกิดมา เราก็มีวันตายของเรารออยู่ข้างหน้า ทุกปีๆ อายุของเราก็สั้นลง ทุกเดือนทุกวันอายุเราก็สั้นลงเรื่อยๆ กระทั่งทุกลมหายใจเข้าออก อายุเราก็น้อยลงไปเรื่อยๆ หายใจเข้าทีหนึ่ง หายใจออกทีหนึ่ง ชีวิตก็สั้นลงไปรอบหนึ่งแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่พวกเราควรเรียนรู้ก็คือ อย่าประมาท รีบพัฒนาจิตใจให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา (2) พยายามฝึกทุกวันๆ ตอนเราจะนอนเราฝึกเลย ฝึกหายใจไป หายใจออกหายใจเข้า หายใจเข้าพุทโธๆ หรือหายใจเข้าหายใจออกก็ได้ พุทโธๆ ไปเรื่อยๆ ดูสิมันจะไปหลับตอนไหน มันเหมือนเตรียมตัวไว้ เวลาเราจะตาย เราก็นอนหายใจไป ดูสิมันจะตายตอนไหน ถ้าสติปัญญามันพอมันจะเห็น ไม่มีคนตาย มีแต่ธาตุขันธ์มันแตกมันดับ แต่ธาตุขันธ์มันเกิดแล้วมันก็ต้องดับ ใจไม่หวั่นไหว เวลาเรานอนหลับเราเตรียมฝึก หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ นอนไป ใจมันสงบ ใจมันมีความสุข ใจมันผ่อนคลาย อย่าภาวนาแบบเคร่งเครียด ถ้าเครียดๆ ภาวนาเครียด หายใจเข้าพุทออกโธแบบเคร่งเครียด มันจะไม่หลับ ใจมันไม่ผ่อนคลาย หายใจไปด้วยใจที่สบายๆ ให้ใจมีความสุขใจก็จะหลับ หลับแล้วถ้าฝันมันจะฝันดี มันจะไม่ได้ฝันร้าย ฝึกตัวนี้ไว้บ่อยๆ จนกระทั่งฝันก็ฝันดี ไม่ฝันร้าย -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640208 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640208.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 12:00pm +07

กว่าจะพัฒนาการขึ้นมาเป็นคนได้นี่ ลำบากมาก เป็นคนแล้วนี่กว่าจะได้เจอพระพุทธศาสนา ก็ลำบาก เจอพระพุทธศาสนาแล้ว จะมีศรัทธาที่จะเข้ามาฟังมาเรียนก็ยากอีก มีศรัทธา เข้ามาฟังมาเรียน ลงมือปฏิบัติแล้วจะปฏิบัติได้ถูก ก็ยากอีก ปฏิบัติถูกแล้วจะให้เกิดมรรคเกิดผล ก็ยากอีก เพราะฉะนั้นอย่าไปปล่อยตัวให้ตกต่ำลงไป ๆ เราศรัทธา เราได้พบพุทธศาสนา เรามีศรัทธาที่จะปฏิบัติ เราได้ฟังธรรมภาคปฏิบัติแล้ว ก็เหลืออันเดียว ลงมือปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640207 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640207.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

1 « Previous 1 2 3 4 5 6 7 Next » 55