คนที่ไม่ปฏิบัติพอมันเกิดสุข เกิดทุกข์ เกิดดี เกิดชั่ว มันไปสนใจของข้างนอก สนใจรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สนใจเรื่องราวที่คิดนึกเอา มันไม่สนใจตัวเอง ไม่สนใจที่จะอ่านตัวเอง อ่านว่าจิตใจตอนนี้เป็นอย่างไร พอไม่สนใจก็คือไม่ได้ปฏิบัติแล้ว ไม่ได้เรียนรู้กาย ไม่ได้เรียนรู้ใจ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640314 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640314.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

ก่อนที่เราจะเห็นว่าจิตทุกอย่างเกิดแล้วดับ เราเห็นจิตทีละอย่างก่อน จิตสุขเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตไม่สุขจิตไม่ทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตโลภเกิดแล้วก็ดับ จิตไม่โลภเกิดแล้วก็ดับ จิตโกรธ จิตหลงเกิดแล้วก็ดับ ทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับไปหมด เห็นอย่างนี้ซ้ำๆๆ จะรู้ว่าจิตนี้เองเกิดดับอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640313 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640313.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

วิธีที่จะฝึกให้พอ ก็คือคอยรู้เท่าทันใจของตัวเอง ตรงที่ไม่พอเพราะความอยากมันมาก ความอยากมันครอบงำเรา ฉะนั้นเราหัดรู้เท่าทันใจของเราไว้ ใจมันมีความอยากอะไรเกิดขึ้น รู้ทันมัน ถ้าเรารู้ทันตัณหาคือความอยากที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา พอเรารู้ทัน ตัณหามันเป็นโลภะ มันเป็นกิเลส ตรงที่เรารู้ทันคือเรามีสติ ตัณหามันจะดับ พอความอยากมันดับแล้วจิตมันจะมีสติมีปัญญาขึ้นมา จิตมันเป็นกุศลแล้ว มันก็จะรู้อะไรควรอะไรไม่ควร หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640307 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640307.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ยึดทีไรก็ทุกข์ทุกที จะให้เลิกยึด ไม่ใช่ไปสั่งจิตให้เลิก ไม่มีใครสั่งจิตให้เลิกยึดได้หรอก ต้องจิตได้รับการอบรมให้มีปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดว่าขันธ์ 5 มันเป็นทุกข์ รูปนามทั้งหลายเป็นทุกข์ เห็นอย่างนี้แล้วมันเลิกยึดไปเอง มันจะยึดทำไมมันมีแต่ตัวทุกข์ ทุกวันนี้ที่ยึดอยู่เพราะไม่เห็นว่ามันเป็นทุกข์ การเห็นทุกข์นี่ล่ะทำให้เราเข้าใจธรรมะ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 มีนาคม 2564 ไฟล์ 640306 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640306.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงจุดที่มันเข้าใจมันก็วาง แล้วจะทุกข์น้อยลงๆ ตรงที่มันทุกข์น้อยลงนั่นล่ะ ที่เรารู้สึกว่ามันมีความสุขมากขึ้นๆ มันเป็นความรู้สึกที่สัมพัทธ์ ที่จริงก็คือมันทุกข์น้อยลงเรื่อยๆ มันทุกข์สั้นลง ทุกข์น้อยลง มันก็เลยรู้สึกมีความสุขมากขึ้นๆ ตรงจุดที่มันไม่ทุกข์ ตรงที่ภาวนาถึงพระนิพพาน มันไม่ทุกข์แล้ว เพราะมันไม่มีตัณหาอีกต่อไปแล้ว มันก็ถึงเป็นบรมสุข หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640228 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640228.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

การปฏิบัติธรรมมันมีเหตุมีผล มีขั้นตอนเป็นลำดับ อยู่ๆ ก็จะปล่อยวางจิตอะไรอย่างนี้มันทำไม่ได้หรอก มีโยมมาถามหลวงพ่อว่า ภาวนาต้องปล่อยวางจิตใช่ไหม ใช่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เบื้องต้นเรายังไม่ต้องพูดเรื่องปล่อยวางจิตหรอก ล้างความเห็นผิดก่อน ว่าตัวเรามีอยู่หรือไม่มีอยู่ ฉะนั้นเบื้องต้นยังไม่ต้องไปทำลายจิต ต้องมีจิตก่อน มีจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูก่อน การทำลายผู้รู้ ทำลายจิต มันขั้นสุดท้ายของการปฏิบัติ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640227 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640227.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

รักษาศีล ฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้ประภัสสรผ่องใส เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่หลงตามกิเลสไป แล้วก็มาฝึกจิตให้ผ่องแผ้วด้วยการเจริญปัญญา จิตผ่องแผ้วได้ด้วยการเจริญปัญญา จิตจะเจริญปัญญาได้ จิตต้องประภัสสรต้องเป็นผู้รู้ก่อน มันถึงจะเจริญปัญญาได้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640226 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640226.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

คนในโลกนี้เต็มไปด้วยความเห็นผิด เห็นของไม่ใช่ตัวเราว่าเป็นตัวเรา แล้วก็อยากได้ของซึ่งมันไม่เที่ยงให้มันเที่ยง อยากให้ของที่มันเป็นทุกข์หมดไปสิ้นไป ให้มีแต่ความสุข ปฏิเสธความจริงคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ยังปฏิเสธอยู่เพราะว่ายังไม่เข้าใจธรรมะ เพราะฉะนั้นต้องเรียน พาจิตมาเรียนรู้ความจริงของรูปธรรม ของนามธรรมทั้งหลายทั้งปวง ดูแล้วดูอีก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640221 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640221.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ไม่มีใครสั่งจิตให้เกิดปัญญาได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้มีสติได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้ดีได้ ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลได้ เพราะจิตทั้งหมดนั้นเป็นอนัตตา บังคับไม่ได้ จิตเป็นธรรมชาติที่บังคับไม่ได้แต่ฝึกได้ ฝึกด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา การเจริญปัญญาก็คือ มีจิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู มีสติระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจที่กำลังปรากฏอยู่ แล้วก็หมายรู้ความเป็นไตรลักษณ์ของสิ่งที่กำลังปรากฏนั้น ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวปัญญามันจะเกิดเอง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640220 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640220.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 640228__T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 8:00pm +07

จริงๆ แล้ว เราเรียนในสิ่งที่พอดีกับเรา ไม่ต้องเรียนเยอะหรอก เรียนเยอะๆ แล้วท่องๆ เอาไว้สอบ แล้วก็สอบเสร็จแล้วก็ลืม เรียนจริงๆ ย่อลงมาก็คือกายกับใจเรานี้ ดูกาย ถ้ากายไม่ใช่เรา ใจไม่ใช่เรา มันก็ไม่มีเราที่ไหนอีกแล้ว เฝ้ารู้เฝ้าดูลงไปเรื่อยๆ ปัญญามันเกิดมันก็ล้างความเห็นผิดได้ -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640214 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640214.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ค่อยๆ ฝึก เราก็จะมีเครื่องอยู่เป็นสุข ถ้าทำได้ถึงฌานก็มีเครื่องอยู่ที่มีกำลังแรง ถ้าเข้าฌานได้ จิตใจสงบ สบายอยู่ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง ไม่เกินนั้นหรอกเดี๋ยวก็เสื่อม เพราะมันเป็นของเสื่อม ถ้าเราฝึกของเราทุกวันมันก็ไม่ทันเสื่อม มันก็สบายทุกวันๆ แต่อย่าติดความสบาย ก็ต้องมาเจริญปัญญาให้เกิดญาณทัสสนะ ฝึกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสติสัมปชัญญะกับชีวิตเรามันเป็นอันเดียวกันเลย อย่างนี้ใช้ได้แล้ว แล้วต่อไปๆ มันจะค่อยๆ ล้างอาสวะในส่วนลึกออกไป คือประโยชน์ยิ่งใหญ่ของการทำสมาธิภาวนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640213 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640213.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ทันทีที่เราเกิดมา เราก็มีวันตายของเรารออยู่ข้างหน้า ทุกปีๆ อายุของเราก็สั้นลง ทุกเดือนทุกวันอายุเราก็สั้นลงเรื่อยๆ กระทั่งทุกลมหายใจเข้าออก อายุเราก็น้อยลงไปเรื่อยๆ หายใจเข้าทีหนึ่ง หายใจออกทีหนึ่ง ชีวิตก็สั้นลงไปรอบหนึ่งแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่พวกเราควรเรียนรู้ก็คือ อย่าประมาท รีบพัฒนาจิตใจให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา (2) พยายามฝึกทุกวันๆ ตอนเราจะนอนเราฝึกเลย ฝึกหายใจไป หายใจออกหายใจเข้า หายใจเข้าพุทโธๆ หรือหายใจเข้าหายใจออกก็ได้ พุทโธๆ ไปเรื่อยๆ ดูสิมันจะไปหลับตอนไหน มันเหมือนเตรียมตัวไว้ เวลาเราจะตาย เราก็นอนหายใจไป ดูสิมันจะตายตอนไหน ถ้าสติปัญญามันพอมันจะเห็น ไม่มีคนตาย มีแต่ธาตุขันธ์มันแตกมันดับ แต่ธาตุขันธ์มันเกิดแล้วมันก็ต้องดับ ใจไม่หวั่นไหว เวลาเรานอนหลับเราเตรียมฝึก หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ นอนไป ใจมันสงบ ใจมันมีความสุข ใจมันผ่อนคลาย อย่าภาวนาแบบเคร่งเครียด ถ้าเครียดๆ ภาวนาเครียด หายใจเข้าพุทออกโธแบบเคร่งเครียด มันจะไม่หลับ ใจมันไม่ผ่อนคลาย หายใจไปด้วยใจที่สบายๆ ให้ใจมีความสุขใจก็จะหลับ หลับแล้วถ้าฝันมันจะฝันดี มันจะไม่ได้ฝันร้าย ฝึกตัวนี้ไว้บ่อยๆ จนกระทั่งฝันก็ฝันดี ไม่ฝันร้าย -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640208 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640208.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 12:00pm +07

กว่าจะพัฒนาการขึ้นมาเป็นคนได้นี่ ลำบากมาก เป็นคนแล้วนี่กว่าจะได้เจอพระพุทธศาสนา ก็ลำบาก เจอพระพุทธศาสนาแล้ว จะมีศรัทธาที่จะเข้ามาฟังมาเรียนก็ยากอีก มีศรัทธา เข้ามาฟังมาเรียน ลงมือปฏิบัติแล้วจะปฏิบัติได้ถูก ก็ยากอีก ปฏิบัติถูกแล้วจะให้เกิดมรรคเกิดผล ก็ยากอีก เพราะฉะนั้นอย่าไปปล่อยตัวให้ตกต่ำลงไป ๆ เราศรัทธา เราได้พบพุทธศาสนา เรามีศรัทธาที่จะปฏิบัติ เราได้ฟังธรรมภาคปฏิบัติแล้ว ก็เหลืออันเดียว ลงมือปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640207 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640207.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา อาศัยองค์ธรรม 5 ตัวนี้ค่อยๆ พัฒนาขึ้น ตัวไหนมากไปก็ไม่ใช่ไปลดมันลง แต่ไปเพิ่มตัวอื่นขึ้นมาให้สมดุล อย่างมีความเพียรมากมาย รู้สึกความเพียรล้ำไป แล้วจะไปลดความเพียรลงอย่างนี้ไม่ใช่ ขยันภาวนาพิจารณาโน้นนี้ เจริญปัญญามาก มีความเพียรมาก มันล้ำสมาธิไปเราดูออก ตอนนี้ภาวนาขยันมากไปแล้ว จนดูมันฟุ้งซ่านไปหมดเลย เราก็กลับมาทำความสงบ ให้มันสมดุลกัน พอสงบใจสบายมีความสุข เริ่มขี้เกียจเจริญปัญญาแล้ว ไม่อยากเจริญปัญญา วิริยะย่อหย่อนลง กระตุ้นตัวเองขยันดูหน่อย อย่าเอาแต่สงบนิ่งเฉยโง่ๆ อยู่อย่างนั้น ใช้ความสังเกตเอา อะไรมากไปอะไรน้อยไป ตัวไหนที่มันมากมันก็ดีอยู่แล้ว เราก็เพิ่มตัวที่น้อยๆ ขึ้นมาให้สมดุลกัน มีสติเป็นตัวสอดส่องตัวเอง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 กุมภาพันธ์ 2564 ไฟล์ 640206 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640206.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

กว่าที่พวกเราจะสักว่ารู้ว่าเห็นได้ มันก็ต้องฝึก คอยรู้คอยเห็นไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ยินดียินร้ายอะไรอย่างนี้ ไม่ห้ามมัน มันยินดี รู้ทัน มันยินร้าย รู้ทันไปเรื่อย สุดท้ายสติปัญญามันแก่กล้าขึ้นมา มันจะรู้เลยว่า ทุกสิ่งที่จิตไปรู้เข้านี่หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้เลย รูปธรรมไม่มีสาระแก่นสาร นามธรรมก็ไม่มีสาระแก่นสาร เอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่ได้ เพราะฉะนั้น จิตมันเลยรู้สึกว่าพวกนี้ไม่ได้เรื่อง จิตมันก็เลยเป็นกลางกับสิ่งเหล่านี้ ทีแรกเกลียด ฝึกไปเรื่อยเลยรู้ว่าหนีไม่ได้ มันก็เป็นกลางขึ้นมา นี่คือเส้นทางที่นักปฏิบัติจะเจอ เส้นทางนี้ค่อยๆฝึกไป ถ้าอินทรีย์แก่กล้า เราก็อาจจะเข้าถึงความเป็นกลางได้ จนสักว่ารู้ว่าเห็นอย่างพระพาหิยะได้ ถ้าบารมียังไม่แก่กล้า ก็อาจจะได้โสดาบัน ได้สกิทาคามี ได้อนาคามี ไปตามลำดับ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 มกราคม 2564 ไฟล์ 640131 ซีดีแผ่นที่ 89

Direct download: 640131.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

เฝ้ารู้เฝ้าดู คนไหนขี้โลภก็เอาจิตโลภมาทำกรรมฐาน คนไหนขี้โกรธก็เอาจิตโกรธมาทำกรรมฐาน เหมือนเอาขยะมารีไซเคิล แล้วใช้ประโยชน์ใหม่ได้ ไหนๆ ก็มีกิเลสแล้ว แทนที่จะปล่อยให้มันแผดเผาเรา เราเอามาใช้ประโยชน์จากมันเสียเลย เอามาเป็นอุปกรณ์ทำกรรมฐาน มาเป็นอารมณ์กรรมฐาน ฝึกไปเรื่อยๆ อาจจะได้บรรลุมรรคผลก็ได้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 มกราคม 2564 ไฟล์ 640130 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640130.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ธรรมะสำหรับโลกๆ พระพุทธเจ้าสอนให้ทำทานใช่ไหม ท่านไม่ได้สอนให้เรียกร้องนู่น เรียกร้องนี่ตลอดเวลา ท่านสอนให้ให้ คนที่ให้มันเติบโต คนที่อยากได้ของคนอื่น อยากให้คนอื่นมาประคบประหงมอะไรอย่างนี้ มันไม่เติบโตหรอก ฉะนั้นธรรมะของพระพุทธเจ้าใช้ได้ตั้งแต่เรื่องโลกๆ มันธรรมะสำหรับคนในโลก เราก็ดู อย่างในบ้านเราช่วงนี้อากาศหนาวๆ ในบ้านเราลองไปค้นดู เสื้อผ้าตัวไหนไม่ได้ใช้มาเป็นปีแล้ว แสดงว่าคงไม่ได้ใช้แล้ว ก็ไปให้คนอื่นเขาบ้าง คนที่เขาลำบาก มี ไม่ใช่ไม่มี ไม่ต้องถ่ายรูปไปลงเฟซบุ๊กว่า วันนี้ฉันไปทำบุญที่นี่ บริจาคที่นี่ นี่ล่ะรัฐบาลไม่เหลียวแลเลย ฉันต้องเหลียวแล นี่ไม่ถูกแล้ว ไม่ได้เป็นบุญ เป็นกุศลแล้ว ทำอย่างนั้น ฉะนั้นเราทำด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ฝึกความไม่เห็นแก่ตัวไว้ แล้ววันที่เราเริ่มภาวนา มันจะไม่ยาก การมาภาวนาก็คือมาเรียนรู้ความจริงของกายของใจ เพื่อจะปล่อยวางตัวตนลงไป ถ้าเริ่มต้นเราก็เห็นแก่ตัวแล้ว เราจะปล่อยวางตัวตนได้อย่างไร มันยากกว่าการไม่เห็นแก่ตัวอีก ไม่เห็นแก่ตัวแล้ว แล้วต้องมาภาวนาอีก ให้เห็นความจริงของรูป นาม กาย ใจ มันถึงจะปล่อยวางตัวตนลงไปได้ ฉะนั้นธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนมีลำดับ มีขั้น มีตอน -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 มกราคม 2564 ไฟล์ 640124 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640124.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

พระพุทธเจ้าท่านสอนปัญจวัคคีย์ กัณฑ์แรกเลย สอนธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ท่านสอนเริ่มต้นท่านก็บอกว่า มีสิ่ง 2 สิ่งที่บรรพชิตไม่ควรเอา สิ่ง 2 สิ่งที่ผู้ปฏิบัติไม่ควรเอา อันแรกก็คือการปล่อยกาย ปล่อยใจตามกิเลสไป ตามใจกิเลส เรียกว่าย่อหย่อนไป กามสุขัลลิกานุโยค กับการกดข่มบังคับทำกาย ทำใจตัวเองให้ลำบาก ท่านบอกอย่าทำ 2 อย่างนี้ แล้วจิตจะเดินในทางสายกลาง ฉะนั้นเริ่มต้นพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนทางสายกลาง แต่เริ่มต้นท่านสอนสิ่งที่ไม่ถูกเสียก่อน สิ่งที่ไม่ถูกมี 2 อย่าง คือย่อหย่อนไปกับตึงเครียดไป พอไม่ย่อหย่อน ไม่ตึงเครียดก็เข้าทางสายกลางง่าย ท่านก็เลยสอนเรื่องมรรคมีองค์ 8 ไม่ใช่มรรค 8 มรรคมีแค่มรรคเท่านั้น แต่ว่ามีองค์ประกอบ 8 ถึงจะเข้าใจ มรรคมีองค์ 8 อยู่ในทางสายกลางแล้ว จะเข้าถึงทางสายกลางได้ ต้องไม่สุดโต่งหลงไป 2 ข้างนั้นก่อน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 มกราคม 2564 ไฟล์ 640123 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640123.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

เราต้องฝึก ทีแรกเราฝึกให้จิตตั้งมั่น ฝึกสติให้ว่องไว พอจิตเราตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ก็ฝึกที่จะหมายรู้ หมายรู้ก็คือเป็นมุมมองของจิต สติระลึกรู้กายก็หมายรู้ มองกายในมุมของความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ทีแรกจงใจมอง ต่อมาจิตมันมองได้เอง ตรงที่จิตมองได้เองนี่เราเดินปัญญาอย่างแท้จริงแล้ว หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 มกราคม 2564 ไฟล์ 640116 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640116.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ตัณหากับฉันทะ ไม่เหมือนกัน ฉันทะ พอใจที่จะทำเหตุที่ดี แล้วผลมันเป็นผลพลอยได้ มันตามมาเอง ตัณหานี่อยากได้ผล ไม่อยากทำเหตุหรอก อยากบรรลุมรรคผล ประเภทนั่งๆ นอนๆ แล้วก็บรรลุได้ ดีที่สุด ถ้าไม่มีฉันทะ ไม่ภาวนาจริง อย่างถ้ามีฉันทะ ก็ตั้งใจภาวนาของเราเอง ไม่ต้องให้ใครสั่ง ถ้าไม่มี มีแต่ความอยาก ภาวนาแล้วอยากจะได้โน่น อยากจะได้นี่ อยากได้อภิญญา อยากมีฤทธิ์ อยากมีความรู้มากมาย อย่างนั้นตัณหา หวังผล การภาวนา ถ้าหวังผล ไม่ได้ผลหรอก มันโลภ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 มกราคม 2564 ไฟล์ 640110 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640110.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

วิเวกคือการฝึกอยู่ในความสงบ มี 3 อัน มีกายวิเวก คือไม่คลุกคลี คลุกคลีเท่าที่จำเป็น ยุ่งกับคนอื่นเท่าที่จำเป็น มีจิตตวิเวก อยู่กับตัวเองให้เยอะๆ เรียนรู้ตัวเองให้มาก แล้วต่อไปจะได้ผลพลอยได้อันหนึ่ง คืออุปธิวิเวก สงบจากกิเลส ถ้าเราภาวนาเป็นเราจะรู้เลย ตัวที่ทำให้จิตใจเราไม่สงบก็คือกิเลสทั้งนั้น ไม่ใช่ตัวอื่นเลย เราหัดภาวนา จิตเราก็สงบได้จิตตวิเวก แล้วก็ได้เห็นความจริง เวลากิเลสเกิด จิตใจมันดิ้นรน ฟุ้งซ่านวุ่นวาย พอเราเห็นอย่างนี้เรื่อยๆ เห็นบ่อยๆ ไปจะรู้เลย ศัตรูของชีวิตเราไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่โควิด ศัตรูในชีวิตของเราจริงๆ ที่ทำให้เราไม่มีความสงบสุข ก็คือกิเลสของเราเอง -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 9 มกราคม 2564 ไฟล์ 640109 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640109.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

เราไม่ต้องรอให้หมดไปก่อนปีหนึ่งๆ แล้วค่อยเห็นว่าชีวิตเหมือนความฝัน มาเฝ้ารู้ลงที่กายที่ใจในปัจจุบันนี้ จนเห็นว่าปัจจุบันนี้ก็เหมือนฝันอยู่ ร่างกายนี้ไม่ใช่ตัวเราของเรา เวทนาคือความสุขทุกข์ในกาย หรือความสุข ความทุกข์ ความเฉยๆ ในใจ ก็ว่างเปล่า ไม่ใช่ตัวเราของเรา จิตที่เป็นกุศล จิตที่เป็นอกุศลก็ว่างเปล่า ไม่ใช่ตัวเราของเรา ฝึกรู้ฝึกดูซ้ำแล้วซ้ำอีกลงไป แต่ไม่ใช่คิดเอา รู้สึกเอา คอยรู้สึกอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จิตมันก็จะค่อยๆ ฉลาดขึ้นๆ สิ่งที่เรียกว่าความฉลาดของเรา ก็คือตัวสัมมาทิฏฐินั่นเอง ความรู้ถูก ความเข้าใจถูก ปฏิบัติแทบเป็นแทบตาย ไม่ได้อะไรมา-ไม่เสียอะไรไป สิ่งที่ได้มามีอย่างเดียวคือ สัมมาทิฏฐิ สิ่งที่เสียไปมีอย่างเดียวคือ มิจฉาทิฏฐิ แค่นั้นล่ะที่ฝึกกันแทบตาย นอกนั้นไม่มีอะไรหรอก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มกราคม 2564 ไฟล์ 640101 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 640101.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ช่วงที่เราต้องเก็บเนื้อเก็บตัว คนไม่มีปัญญาก็จะรู้สึกเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน คนมีปัญญาจะรู้ว่ามันเป็นเวลาที่มีคุณค่า มีประโยชน์มาก เพราะเรามีเวลาที่เรียนรู้ตัวเองได้มาก ตอนนี้ยังไม่รู้สึกไม่เป็นไร แต่พอผ่านเหตุการณ์ไปแล้ว ลองย้อนกลับมาดู จะพบว่ามันคุ้มค่าที่สุดเลย ความยากลำบากที่มีเล็กๆ น้อยๆ ถ้าภาวนาเป็นไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย อะไรๆ มันก็ดูดีไปหมด ถ้าภาวนาได้ อย่างเราไม่เป็นโรคเราก็รู้สึกดี ถ้าเป็นโรคเราก็รู้สึกดี เออ ยังไม่ตาย ถ้าจะตายเราก็รู้สึกดี เออพ้นทุกข์ พ้นร้อนอย่างนี้สักที เดี๋ยวเราไปเกิดที่ดีกว่านี้อีก เพราะเราภาวนามาเยอะ จะไม่รู้สึกขาดทุนหรอกชีวิต คนที่รู้สึกว่าชีวิตนี้ขาดทุน ก็คือคนไม่ได้มีศีลมีธรรมพอ ฉะนั้นตั้งอกตั้งใจ รักษาศีลเอาไว้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 ธันวาคม 2563 ไฟล์ 631231 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 631231.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

สิ่งที่โลกมีก็คือความทุกข์ อย่างอื่นไม่มี ท่านถึงบอกว่า นอกจากความทุกข์แล้ว ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป นี่เรื่องของโลก เราไม่ได้เกลียดโลก แต่เรามาเรียนรู้โลก โลกไม่ได้มีความสุข น่าสนุก น่าเพลิดเพลินอย่างที่คนหลงเขารู้สึกกัน อยู่กับมันแล้วเรียนรู้ความจริงของมันไป ถ้าเห็นความจริงของโลก ว่าหาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้ ยิ่งไปหลงวุ่นวายกับมัน ใจเราก็ยิ่งปนเปื้อน สกปรก ไม่มีความสุข ถ้าเข้าใจโลก ก็อยู่กับมันแบบไม่ติดโลก เหมือนดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ ค่อยฝึกไปเรื่อยๆ เรียนรู้โลกมีอะไรบ้าง ทั้งรูปธรรม ทั้งนามธรรมเขาเรียกว่าโลก โลกไม่ได้มีอย่างอื่น มีแต่รูปธรรมกับนามธรรม ดูลงไปเรื่อยๆ มีสติ มีใจตั้งมั่น ก็เรียนรู้โลกอย่างที่โลกมันเป็น ก็จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิด แล้วมันก็ดับไป หมดไป สิ้นไป กระทั่งของที่เรารักเราหวงแหนที่สุด คือชีวิตร่างกายเรา มันก็หมดไปสิ้นไปเรื่อยๆ -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 ธันวาคม 2563 ไฟล์ 631227 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 631227.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

1 « Previous 1 2 3 4 5 6 7 Next » 56