"วันนี้สอนวิธีทำสมาธิแบบง่ายๆ เลยนะ ดูความเกร็งของเราในร่างกาย พอรู้แล้ว คลายออก ใจจะมีสมาธิขึ้นมา พอใจมีสมาธิแล้ว ก็เดินปัญญา ดูความจริงของรูปนามกายใจไป" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601216A

Direct download: 601216A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

"จุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธ คือ จะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีความทุกข์ เราจะพ้นทุกข์ได้ ถ้าจิตไม่ไปยึดถือสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ถ้ามีความอยาก มีความยึด ความทุกข์จะเกิด ความอยาก ความยึด จะไม่เกิดขึ้นมา เราจะล้างความอยากความยึดได้เด็ดขาด เมื่อเรารู้ทุกข์แจ่มแจ้ง รู้ความจริงของสภาวะธรรมของรูปนามแจ่มแจ้ง รู้ทุกข์เมื่อไร ก็จะละตัณหา ละสมุหทัยเมื่อนั้น ละตัณหาได้เมื่อไร ก็แจ้งนิโรธเมื่อน้น ก็คือเห็นพระนิพพานเมื่อนั้น ในขณะนั้นแหละ คือ อริยมรรค" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601210B

Direct download: 601210B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

“ในชีวิตเรา ที่เราดิ้นหาความสุข มันเหมือนวิ่งไล่จับเงาตัวเอง พระอาทิตย์อยู่ข้างหลัง เงาอยู่ข้างหน้า เราวิ่งไล่จับไปเรื่อย ยิ่งวิ่ง เงาก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ จับไม่ได้สักที เหมือนๆ จะหยิบได้ แต่ก็หยิบไม่ได้สักที ในชีวิตนี้ วิ่งหาความสุขตลอดชีวิต แล้วก็ไม่ได้ ได้มาแวบเดียว แล้วก็หายไปแล้ว” - พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601210A

Direct download: 601210A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ความรู้สึกเกิดที่ไหน รู้ตรงนั้น เพราะจิตเป็นคนรู้สึก ความรู้สึกกับจิต จะเกิดด้วยกัน ความรู้สึกอยู่ตรงไหน ก็รู้ตรงนั้น ความรู้สึกสุขเกิดขึ้น ไม่ต้องไปหาว่าความสุขอยู่ตรงไหน เวลามีความสุขเกิดขึ้น รู้ว่ามีความสุข เราจะเห็นความสุขก็ไม่เที่ยง เกิดแล้วก็ดับ เวลามีความทุกข์เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องไปหาว่าความทุกข์อยู่ตรงไหน รู้เฉยๆ แล้วความทุกข์เกิดแล้วก็จะดับ ความโลภโกรธหลงเกิดขึ้นก็รู้เฉยๆ สักว่ารู้ว่าเห็น จะเห็นว่ามันเกิดตรงไหน ก็จะดับตรงนั้นแหละ แล้วสิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ พอถึงจุดๆหนึ่ง ปัญญามันแทงตลอด รู้ ทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับหมดเลย เมื่อใดเห็นว่าสิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ จะได้พระโสดาบัน" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช เทศน์ที่วัดสวนสันติธรรม ๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601209B

Direct download: 601209B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

"พระพุทธเจ้าท่านสอนบอกว่า มีธรรมะ ๒ อย่าง ๒ ประการที่เราควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ สมถกรรมฐาน กับ วิปัสสนากรรมฐาน ๒ อันนี้ไม่เหมือนกัน วัตถุประสงค์ก็ต่างกัน วิธีการก็ต่างกัน ผลที่ได้จากการปฏิบัติก็ต่างกัน สมถกรรมฐาน ทำไปเพื่อให้จิตมีความพร้อมที่จะเจริญปัญญา ฉะนั้นงานหลักจริงๆ คืองานเจริญปัญญา หรืองานวิปัสสนากรรมฐาน สมถกรรมฐานเป็นงานสนับสนุน งานหลักจริงๆ คือ วิปัสสนากรรมฐาน" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม ๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ แผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601209A

Direct download: 601209A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"เกิดทีไรก็เป็นทุกข์ทุกที สังสารวัฏนี้มันน่ากลัวตรงนี้ ตรงที่ว่ามันทุกข์ถึงตายเลย เราเวียนตายเวียนเกิดมามากแล้ว แต่เราลืมทุกที พอเราเกิดมาใหม่เราก็เพลิดเพลินอีก แล้วตอนท้ายปลายชีวิตเรา ความทุกข์บีบคั้นอย่างรุนแรง จนร่างกายจะแตกดับ เราก็รู้ว่าทุกข์อีกละ พอไปเกิดอีกก็ลืมอีก สังสารวัฏนี้มันปิดบังไม่ให้เราเห็นทุกข์" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐ แผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601203

Direct download: 601203.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

"ภาวนาแล้วเราจะรู้เลยว่า เราแต่ละคนนะ เราร้ายกว่าที่เราคิดไว้ บางทีเราคิดว่า เราทำอะไรนี้นะดี พูดก็ดี คิดก็ดี ทำก็ดี ภาวนาเป็น เรารู้เลย มันมีกิเลสซ่อนอยู่ข้างหลัง คิดอะไรก็ กู ส่งเสริมอัตตาตัวตนของตัวเอง คิดอะไรก็มีแต่ตัวตน คิดเข้าข้างตัวเอง เวลาจะพูด ก็สนองอัตตาตัวตน เวลาจะทำ ก็สนองอัตตาตัวตน ถ้าเราภาวนาเป็น จะรู้เลย กิเลสร้ายซ่อนอยู่ในใจเรานี่เอง" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601202B

Direct download: 601202B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบอารมณ์ไปตามธรรมชาติ มีตาก็ดู มีหูก็ฟัง มีใจก็คิด แต่พอมันคิดไปแล้ว หรือดู หรือฟังไปแล้ว เกิดความรู้สึกอะไรขึ้นกับใจตนเอง รู้บ่อยๆ รู้จนเป็นอัตโนมัตินะ แล้ววันหนึ่งจะได้ของดี ถ้าไม่เป็นอัตโนมัติ ยังไม่ได้ของดีหรอก ได้ของลำบาก" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601202A

Direct download: 601202A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ ทำงานหนักมาก เพื่อจะรักษาสืบทอดศาสนาไว้ พวกเรา ถ้าจะช่วยกันรักษาศาสนา ไม่ใช่แค่เรื่องช่วยเหลือสร้างวัด ซื้อที่ สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร หรือถวายปัจจัยไทยทานแก่พระ ไม่ใช่แค่นั้น แค่นั้นไม่พอ พวกเราต้องปฏิบัติธรรมด้วย ต้องเรียน ต้องศึกษา ต้องปฏิบัติ ให้ธรรมะเข้ามาอยู่ในใจเราจริงๆ ต่อไปพระอาจจะถูกขจัดไปหมดเลยก็ได้ แต่ว่าธรรมะยังอยู่ที่พวกเรา เรารักษาไว้ได้" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช เทศน์ที่วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601126B

Direct download: 601126B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

“ใจของเราเปลี่ยนตลอดเวลา เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ การภาวนา ไม่ใช่ฝึกจิตให้ดีตลอด ไม่ได้ฝึกจิตให้มีความสุขตลอด ไม่ได้ฝึกจิตให้สงบตลอดเวลา จิตเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นั่นดีแล้ว ให้มีสติตามระลึกไป เราจะเห็นเลยว่า จิตสุข ก็อยู่ชั่วคราว จิตทุกข์​ ก็อยู่ชั่วคราว จิตดี ก็อยู่ชั่วคราว จิตโลภ จิตโกรธ จิตหลง ก็อยู่ชั่วคราว ดูอย่างนี้เรื่อยๆ ไป จนปัญญามันมากพอ มันจะรู้เลยว่า ทุกอย่างชั่วคราว ” -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐แผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601126A

Direct download: 601126A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"พยายามฝึกนะ มีสติรู้สึกตัวไป มีเครื่องอยู่ของจิต จะอยู่กับการรู้สึกร่างกายก็ได้ รู้สึกเวทนาก็ได้ รู้สึกจิตก็ได้ ถ้ารู้สึกจิตก็หาเครื่องอยู่สักอย่างหนึ่ง จะพุทโธ จะหายใจก็ได้ แล้วก็คอยรู้ทันจิตเอา จะช่วยพวกเราซึ่งอินทรีย์อ่อน จะได้ทำได้ ถ้าอินทรีย์แก่ ดูจิตตรงๆ เห็นจิตมันทำงาน โดยไม่เข้าไปแทรกแซงไม่หลง ถ้าทำไม่ได้ ก็หาเครื่องอยู่ พุทโธหรือลมหายใจ จิตหนีแล้วรู้ ฝึกนะ จะได้ของดีของวิเศษ เวลาจวนตัวขึ้นมา ก็ได้ใช้ได้สารพัดเลย อยู่ที่ความฉลาดของเราว่าจะใช้อย่างไร" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601125B

Direct download: 601125B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ขณะนี้ เราสุข เราทุกข์ หรือเราเฉยๆ แต่ละคนดูออกไหม สุข ทุกข์ เฉยๆ มีตลอดเวลา ที่เรารู้สึกอยู่ จิตขึ้นจากภวังค์มา มีสุข ทุกข์ เฉยๆ เกิดร่วมตลอด แต่เราละเลยที่จะรู้ เพราะอะไร เพราะเราล่องลอยไปที่อื่น เราไม่ได้มีสติอยู่กับรูปกับนามของเราเอง ถ้าเรามีสติอยู่กับความรู้สึกของเรา เราก็จะเห็นเลย ใจเราเดี๋ยวก็สุข ใจเราเดี๋ยวก็ทุกข์ ใจเราเดี๋ยวก็เฉยๆ หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง สุขก็ไม่เที่ยง ทุกข์ก็ไม่เที่ยง เฉยก็ไม่เที่ยง" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ แผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601125A

Direct download: 601125A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"หลวงพ่อสังเกตอย่างนะ คนที่ภาวนาสม่ำเสมอ อยู่ในชีวิตประจำวัน คอยรู้สึกตัวเรื่อยๆ กิเลสอะไรเกิดขึ้นก็รู้ ใจหนีไปก็รู้ ใจหนีไปเพราะกิเลส คือความฟุ้งซ่านเกิดขึ้น ใจก็เลยหนี ถ้าในชีวิตประจำวัน คอยรู้อย่างนี้ เวลาเรานั่งสมาธิมันจะไม่ต้องข่มจิต นั่งสบายๆ จิตก็สงบแล้ว ถ้าทั้งวันจิตหลง ตอนไปนั่งสมาธิ มันไม่ยอมอยู่ ส่วนใหญ่ก็ไปข่มจิต บังคับจิต ตอนกลางวัน ก็ตกไปสู่ข้าง "กามสุขัลลิกานุโยค" ตามกิเลสไป พอลงมือปฏิบัติ ก็สุดโต่งมาข้าง "อัตตกิลมถานุโยค" บังคับตัวเอง มันก็เหวี่ยงอยู่อย่างนี้ เหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวา" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซีดีแผ่นที่ ๗๓ ไฟล์ 601119B

Direct download: 601119B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ถ้าฆ่าด้วยสติ ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา กิเลสยังฟื้นได้ แต่ฆ่าด้วยมรรค มรรคฆ่ากิเลสตัวไหนแล้ว ตัวนั้นจะไม่กลับมาฟื้นอีกแล้ว จะไม่มีอีกต่อไป ถัดจากนั้น จะเกิดอริยผล สองสามขณะ จะว่างสว่าง มีแสงสว่างเกิดขึ้น เป็นความสว่าง แต่ไม่ใช่นิมิตนะ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601119A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ทำไมประคองตอบได้ไหม เพราะกิเลส เราไปประคองจิตเนี่ย ลึกลงไปก็คืออยากดี โลภ ให้รู้ทันว่าโลภ กิเลสดับ การกระทำกรรมคือการประคองดับ ความอึดอัดเป็นวิบาก เพราะการประคอง ความทุกข์ที่เกิดขึ้น อยู่ไปอีกพักหนึ่งแล้วดับ ไม่ดับทันทีหรอกต้องชดใช้ งั้นเวลาเราภาวนาแล้วแน่นขึ้นมาเนี่ย หรือเราทุกข์ขึ้นมา อย่าหาทางแก้ทุกข์นะ ทุกข์ให้รู้ไม่ใช่ให้ละ ทุกข์เป็นตัววิบาก ทำไมมันทุกข์ขึ้นมา เพราะมีการกระทำกรรม ทำไมมีการกระทำกรรม เพราะมีกิเลส ตัดที่ตัดนี่ตัดตรงต้นตอ ตัดที่กิเลส ตรงที่เราละเนี่ย ละตรงกิเลส ตรงวิบากเนี่ยคือตัวทุกข์ให้รู้ ไม่ใช่ให้ละ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601118B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"อันแรกรู้จักเลือกอารมณ์ อันที่สองรู้จักใช้จิตที่มีความสุขไปหมายรู้อารมณ์ แค่ไปหมายรู้เท่านั้น ไประลึกถึงอารมณ์ ไประลึกถึงอารมณ์นั้น เรียกไปมนสิการถึงอารมณ์นั้น เช่น หลวงพ่ออยากทำความสงบ หลวงพ่อ มนสิการถึงลมหายใจ สงบทันที" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601118A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"สัมมาสมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ไม่ใช่สมาธิเฉยๆ ทำให้เกิดปัญญานะ สมาธิส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญญา ต้องสมาธิที่ถูกต้อง คือสมาธิที่จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นคนดูสภาวะทั้งหลาย นั่นคือสมาธิที่ถูกต้อง คือสัมมาสมาธิ อันนั้นจะทำให้เกิดปัญญา เพราะว่าทำให้จิตถอนตัวออกจากปรากฏการณ์ จิตถอนตัวจากสถานการณ์ทั้งหลาย จากปรากฏการณ์ทั้งหลาย จิตถอนตัวออกมาเป็นคนดู เมื่อจิตถอยออกมาเป็นคนดูแล้ว มันจะเห็นความจริงได้ชัด ความจริงของรูปคือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ความจริงของนามคือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นจิตใจเราต้องตั้งมั่น จิตใจต้องอยู่กับเนื้อกับตัว" -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601112B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"สิ่งที่มากระทบไม่ได้มีความหมายอะไร ความหมายมันอยู่ที่ใจไปแปล อาศัยสัญญา ความจำได้ หมายรู้ไปแปล พอแปลความหมายขึ้นมา คราวนี้เริ่มให้ค่าแล้ว แปลความหมายได้ว่าอันนี้คืออันนี้ เริ่มให้ค่าแล้ว ว่าอันนี้ดีอันนี้ไม่ดี อันนี้สวยอันนี้ไม่สวย อันนี้ถูกใจอันนี้ไม่ถูกใจ ใจทำงานต่อไป ถ้าเราฉลาดในการภาวนานะ ตามองเห็น ใจจะเป็นกลาง รู้เลยว่า มันอยู่ที่ความคิดของเรา" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601112A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ภาระอะไร ที่ไม่ใช่กิจที่ควรทำ สำรวจ ภาระที่ไม่จำเป็น ก็ปลดออกไป เราจะได้มีเวลามากขึ้นเพื่อการภาวนานะ เวลาภาวนานะช่างหายากซะเหลือเกิน เวลาเล่น face เล่น line นี่เยอะ ทำไมต้องไปเล่น? เพื่อให้คนอื่นนึกได้ว่า เรายังอยู่ ฉันยังอยู่ ฉันยังอยู่ มันคือการย้ำอัตตาตัวตนนั่นเอง" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601111B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"มีตัณหาอยากได้อยากดี มีมานะอยากเด่น มีทิฏฐิยึดแต่ความคิดความเห็นของตนเองเป็นใหญ่ ถ้าเรามี ๓ ตัวนี้ รับรองเลยว่าช้าแน่นอน ทำไมกล้ารับรอง เพราะพระพุทธเจ้าบอก องค์ธรรม ๓ ตัวนี้เรียก ปปัญจธรรม ถ้าใครมี แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็ช้าแล้วล่ะ" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601111A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ผัสสะมากระทบนะ ผัสสะไม่ได้ทำให้เราทุกข์หรอก แต่ความอยากของเรา ทำให้เราทุกข์ เรารู้ทันใจที่อยากขึ้นมา อย่างอารมณ์ไม่ดีมากระทบ ใจเราไม่ชอบ รู้ว่าไม่ชอบนะ ถ้าไม่รู้ทัน เราไม่ชอบ เราจะอยากให้มันหายไป เกิดวิภวตัณหา แล้วเราก็ทุกข์ ใจมันจะดิ้น แล้วก็ทุกข์ คนอื่นไม่ได้ทำความทุกข์ให้เรานะ ผัสสะทั้งหลายไม่ได้ทำความทุกข์ให้เรา มันกระตุ้นให้จิตทำงาน ให้จิตมีตัณหา แล้วจิตก็ทุกข์ของจิตเอง ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราจะไม่โทษคนอื่น เราจะไม่โทษสิ่งอื่น อะไรเกิดขึ้น เราจะดูตัวเอง อันนี้เป็นหลักการปฏิบัติที่ดีนะ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601105B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"ทำไมเราไม่มีปัญญา ทำไมเรามีแต่ความเห็นผิด ความเห็นผิดนั้น มีรากเหง้ามาจากการคิดผิดๆ การคิดผิดๆ มีรากเหง้ามาจากการหมายรู้ผิดๆ หมายรู้ผิดไปเรียกว่า สัญญาวิปลาส คิดผิด เรียกว่า จิตตวิปลาส เห็นผิด ทิฏฐิวิปลาส ทิฏฐิความเห็นคลาดเคลื่อนไม่ตรงความจริง เราจะฝึกภาวนาจนกระทั่งได้สัมมาทิฏฐิ ได้ทิฏฐิที่ถูก ไม่ใช่ทิฏฐิที่วิปลาส ถ้ามีสัมมาทิฏฐิที่ถูกก็คือ รู้ว่า รูปนามกายใจนี้คือตัวทุกข์ เพราะรู้ตามความเป็นจริงก็จะเบื่อหน่าย คลายความยึดถือ แล้วหลุดพ้น จิตจะหลุดพ้นจากรูปจากนาม ไม่ยึดถือ แล้วก็จะไม่ยึดถือสิ่งใดในโลกอีก ที่สุดของทุกข์ เข้าถึงความบริสุทธิ์ ก็ตรงที่ไม่ยึดถืออะไรเลยนี่แหละ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601105A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"เราหัดดูจิตดูใจไป รับรองว่าไม่ช้าหรอก แต่ต้องมี "อิทธิบาทสี่" ถ้าไม่มีอิทธิบาทสี่ ไม่มีฉันทะในการดู นานๆ ชำเลืองทีหนึ่ง แล้วก็พอแล้ว มักน้อยสันโดษเหลือเกินในความดี สันโดษเค้าไม่ได้เอาไว้ใช้กับความดีนะ ไม่ใช่ว่าสันโดษในคุณธรรม พอใจแล้วหล่ะ มีคุณธรรมแค่นี้ พอใจแล้วหล่ะ อย่างนี้พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ ให้ขวนขวาย ให้ทำให้มาก ให้ทำให้เจริญเรื่องความดี ไม่ใช่ว่าพอใจในความดีที่มีอยู่" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601104B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"การปฏิบัติไม่ใช่ การหลับหู หลับตา ไปนั่งสมาธิ หรือการเคร่งเครียดเดินจงกรม แต่มันคือ ความมีสติ คอยรู้กาย คอยรู้ใจของเราไปเรื่อยๆ ตามองเห็น ร่างกายเป็นยังไงรู้สึก จิตใจเป็นยังไงรู้สึก จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายกระทบสัมผัส ใจเราคิดนึก ร่างกายเราเป็นยังไงรู้สึก จิตใจเราเป็นยังไงรู้สึก" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

Direct download: 601104A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

"กรรมฐานอะไรดีที่สุด ไม่มีนะ กรรมฐานที่ดีที่สุด กรรมฐานที่ดีที่สุดต้องมีเติมว่า สำหรับเรา แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ไม่มีกรรมฐานสำเร็จรูป หลวงพ่อเลยไม่ได้สอนนั่งสมาธิพร้อมกัน เดินจงกรมพร้อมกัน ทำอะไรพร้อมๆกัน ไม่ได้สอนอย่างนั้น ทำไมไม่สอน เพราะพระพุทธเจ้าไม่ได้สอน เวลาคนเข้าไปเรียน หรือพระเข้าไปเรียนกับพระพุทธเจ้า ฟังอย่างเดียว ฟังเสร็จแล้วแยกย้ายปฏิบัติ ทางใครทางมัน บางองค์ถนัดดูกาย ก็ดูกาย บางองค์ถนัดเข้าฌานก่อน ก็เข้าไปนะ บางองค์ทำอะไรก็ทำ ต่างองค์ต่างทำ แล้วแต่ความสะดวก บางองค์ก็ชอบอยู่ในถ้ำ บางองค์ก็ชอบอยู่กลางแจ้ง แล้วแต่จริตนิสัย ทางใครทางมันนะ ไม่มีกรรมฐานที่ดีที่สุด กรรมฐานอะไรก็ได้ที่เหมาะกับเรา ทำยังไงจะเหมาะ กรรมฐานอะไรที่สติเกิดบ่อย เอาอันนั้นแหละ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๓ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐

Direct download: 601029B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

1 « Previous 4 5 6 7 8 9 10 Next » 34