พระโสดาบันเห็นว่าตัวเราไม่มี รูป คือร่างกายนี้ เวทนา คือความรู้สึกสุขทุกข์ สัญญา คือความจำได้หมายรู้ สังขาร คือความปรุงดีปรุงชั่ว วิญญาณ คือตัวจิตที่ทำงาน วิ่งไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รวมทั้งจิตผู้รู้ ก็อยู่ในกลุ่มของวิญญาณด้วย ต้องเห็น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรา แล้วก็ไม่มีเราที่ไหนเลย นอกจากขันธ์ 5 นี้ก็ไม่มีเรา ตัวขันธ์ 5 ก็ไม่เป็นเรา ข้างในขันธ์ 5 นี้ก็ไม่เป็นเรา เห็นอย่างนี้ถึงจะได้ธรรมะ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 พฤศจิกายน 2563 ไฟล์ 631108 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 631108.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ค่อยๆ ฝึกตัวเองไป อ่านใจตัวเองไปเรื่อย ให้มันกระทบอารมณ์ไป แล้วเกิดสุข เกิดทุกข์ เกิดดี เกิดชั่ว มีสติรู้ทัน รู้บ่อยๆ สติก็จะเร็วขึ้น เร็วขึ้น พอสติเราถี่ยิบขึ้นมา จิตใจเราก็จะตั้งมั่นมากขึ้นๆ แต่เดิมมันตั้งเป็นขณะๆ มันจะรู้ตัวได้ถี่ๆๆ ขึ้นมา สติเกิดเร็วขึ้นๆ ความตั้งมั่นจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตรงที่มันตั้งมั่นๆ มันจะเหมือนจิตเราทรงพลัง ตั้งมั่นอยู่ได้ทั้งวัน แท้จริงแล้วจิตที่ตั้งมั่นนั้นเกิดดับสืบเนื่องกันเป็นจำนวนมาก จิตนั้นเกิดดับรวดเร็ว ดวงหนึ่งอายุสั้นนิดเดียว แป๊บเดียวเท่านั้นเองก็ดับ แต่ที่เรารู้สึกจิตเราตั้งอยู่ได้เป็นวัน เพราะว่าจิตที่ตั้งมั่นมันเกิดแล้วดับๆ ต่อเนื่องกันนานๆ จำนวนมาก ดูอย่างนี้ได้ สติก็จะเกิดอัตโนมัติ สมาธิก็จะเกิดอัตโนมัติ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 พฤศจิกายน 2563 ไฟล์ 631107 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 631107.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

หลวงปู่ดูลย์บอกว่า การดูจิตนั้นมันจะได้สมาธิ ได้ฌานโดยอัตโนมัติ การดูจิตนี่มันเป็นการเจริญปัญญา เรียกว่าปัญญานำสมาธิ เจริญปัญญาอย่างถูกต้อง แล้วสมาธิจะเกิดขึ้นเอง ถ้าดูกายต้องใช้สมาธินำปัญญา แต่ว่าพอสติ สมาธิ ปัญญาละเอียดเข้าไป โดยเฉพาะถ้าทรงฌานชำนิชำนาญ ก็จะสามารถเจริญปัญญาในขณะที่ทรงฌานอยู่ได้ เรียกปัญญากับสมาธิควบกัน ในยุคนี้ หาคนทำได้ไม่มากแล้ว ทำได้น้อย เพราะว่าเข้าฌานไม่ได้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 พฤศจิกายน 2563 ไฟล์ 631101 ซีดีแผ่นที่ 88

Direct download: 631101.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ทำกรรมฐานอย่างหนึ่ง จิตหลงไปแล้วรู้ ไปทำตัวนี้ให้ดี เราจะมีเครื่องมือที่จะปฏิบัติ มาเรียนรู้ความจริงของรูปนามไป พอมีตัวรู้ ขันธ์มันจะแยก ร่างกายนี่มันถูกรู้แล้ว ตัวรู้อยู่ต่างหาก ดีชั่วก็ถูกรู้ โลภ โกรธ หลงก็ถูกรู้ ต่อไปตัวจิตเองก็ถูกรู้ เกิดดับทางทวารทั้งหก เราแยกขันธ์เพื่อจะได้เห็น ว่าขันธ์แต่ละขันธ์ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ พอเห็นไตรลักษณ์ เห็นตามความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการปล่อยวาง เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายความยึดถือ เพราะคลายความยึดถือจึงหลุดพ้น เส้นทางที่พระอริยเจ้าทั้งหลายท่านเดินมา ท่านเดินทางนี้ ไม่มีหรอกไปทำจิตให้ว่างๆ อยู่เฉยๆ บรรลุมรรคผล ไม่มี ไม่ใช่พุทธ ลองทำ จะไม่รู้สึกว่ายากหรอก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631031 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631031.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

เราว่าโลกข้างนอกเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเดือดร้อน ในโลกเต็มไปด้วยของหนัก มีแต่เรื่องหนัก หนักหัว หนักสมอง หนักจิตใจ ใจเราก็ดิ้นไปเรื่อยๆ อยากจะพ้นไปจากที่ไม่ดี อยากอยู่ในสิ่งที่ดีๆ ใจดิ้นรน มีแต่ความอยาก อยากพ้นไปจากสิ่งที่ไม่ดี แต่ว่ามันพ้นไม่ได้ หนีไปได้ช่วงหนึ่ง เดี๋ยวอารมณ์ที่ไม่ถูกใจมันก็ตามมาอีก ... คนไม่ได้ภาวนาจะโทษคนอื่น โทษสิ่งอื่น ว่านำความทุกข์ความเดือดร้อนมาให้เรา แล้วเราก็ปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดี อยากได้สิ่งที่ดี ใจเราก็ร้อนไปด้วย หนักไปด้วย ค่อยๆ ภาวนาไป เราภาวนาเป็น ใจเราเห็นความจริง ใจเข้าถึงธรรมะของจริง มันจะพบว่าโลกข้างนอกจริงๆ แล้วว่างเปล่า ใจเราต่างหากที่วุ่นวาย ภาวนาไม่เป็น แล้วก็โทษว่าสิ่งอื่นทำให้เราวุ่นวาย ภาวนาเป็น เราจะรู้เลยว่า ตัวเราเองสร้างความทุกข์ความวุ่นวายให้จิตใจตนเอง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631025 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631025.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ตรงจิตเป็นกลางต่อทุกสิ่งทุกอย่างด้วยปัญญาอย่างยิ่ง ที่เห็นไตรลักษณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก เรียกว่าเป็นกลางด้วยสังขารุเปกขาญาณ ญาณคือตัวปัญญา สังขารุเปกขาคือสังขารกับอุเบกขา มีปัญญาจนเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง สุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว ใจเข้าไปสัมผัสแล้วก็ไม่ได้กระเพื่อมขึ้น กระเพื่อมลง มีใจเป็นกลาง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631024 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631024.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ภาวนาไม่ได้นั่งดูอารมณ์ ภาวนาไม่ใช่ดูรูป ไม่ใช่ดูที่เสียง ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส รู้สัมผัสทางกาย ภาวนาให้ถึงจิตถึงใจ ตาเห็นรูปแล้วใจเราเป็นยังไง หูได้ยินเสียงแล้วใจเราเป็นยังไง จมูกได้กลิ่น ลิ้นกระทบรส กายกระทบสัมผัส แล้วใจเราเป็นยังไง อย่างวันนี้ลมหนาวมา คนส่วนใหญ่ชอบฤดูหนาว ลมหนาวมากระทบร่างกาย ร่างกายไม่ได้ดีใจ ใจเราเป็นคนตัวพองขึ้นมา ดีใจ หรือกระทบอากาศร้อนจัดๆ เราไม่ชอบ เหงื่อไหลไคลย้อยอย่างนี้ ร่างกายมันเป็นตัวกระทบความร้อน มันไม่บ่นสักคำ แต่เป็นใจเราที่ไม่ชอบ เพราะฉะนั้นร่างกายมันเป็นดิน ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม มันไม่ดีขึ้น มันไม่เลวลง อยู่ได้มันก็อยู่ อยู่ไม่ได้มันก็แตกสลายไป ก็กลายเป็นธาตุไป ใจเราต่างหากที่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเวลาเราภาวนา อย่ามัวแต่ดูรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อย่ามัวแต่ดูความคิดนึก ให้รู้ที่จิตใจของเรา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631023 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631023.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

รู้กิเลสอย่างที่มันเป็น เรียกว่าการดูจิต จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน รู้กิเลสอย่างที่มันเป็น ไม่ต่อต้านแล้วก็ไม่คล้อยตาม ราคะเกิดขึ้นชวนเราไปกินเหล้ากับเพื่อน เราไม่คล้อยตาม ไม่ไปกิน เราไม่ต่อต้าน คือราคะเกิดขึ้นแล้ว ราคะไม่ดี จงหายไปๆๆ ทำอย่างนั้นอึดอัดตายเลย ไม่ต้องไปต่อต้านมัน แค่ไม่ตามใจมันเท่านั้น โทสะเกิดก็ไม่ตามมัน มันบอกให้ไปตีกับเขาก็ไม่ไปตี และก็ไม่เกลียดมัน หาทางละโทสะ ยิ่งไม่ชอบโทสะ โทสะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งโมโหซ้อนโมโหไปเรื่อยๆ ... ใจเราเป็นอย่างไรรู้ว่าเป็นอย่างนั้น รู้ซื่อๆ รู้แล้วไม่คล้อยตาม รู้แล้วไม่ต่อต้าน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 18 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631018 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631018.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

จิตมีธรรมชาติคิดนึก ปรุงแต่ง ถ้าเราไปแต่งจนมันผิดธรรมชาติ ให้มันว่างๆ ให้มันไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง แล้วมันจะเห็นความจริงได้อย่างไร มันไม่มีความจริงให้เห็นแล้ว ถ้าเราอยากเห็นของจริง เราอย่าไปแทรกแซงมัน อย่างเราลงมือปฏิบัติ อย่าไปแทรกแซงจนจิตซื่อบื้อ หรือนิ่งๆ เครียดๆ เฉยๆ เราเอาแค่ว่าจิตไหลไปก็รู้ จิตเคลื่อนลงไปอยากจะรู้อารมณ์ให้ชัด รู้ว่าอยาก ถ้าเราอยากรู้ให้ชัดแล้วไม่รู้ รู้ไม่ทัน มันจะไหลลงไปเพ่ง ถ้ามันอยากรู้อารมณ์ชัด รู้ว่าอยาก ไม่เพ่งหรอก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631017 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631017.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 631018_T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 631018_T1.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

ลูกศิษย์มีครู ถึงลับหลังครูก็เหมือนครูอยู่กับเรา ใจคิดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ คิดถึงครูบาอาจารย์ ไม่กล้าขี้เกียจ ไม่กล้าทำชั่ว จะละอายแก่ใจตัวเอง เราได้ครูบาอาจารย์ที่บริสุทธิ์หมดจด แต่เราสกปรกเหลือเกิน เมื่อไรเราจะสะอาดอย่างท่านบ้าง ใจจะมีความดิ้นรนขวนขวาย อยู่บ้านก็เหมือนอยู่วัด คือวัดใจของตัวเองตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนก็วัดใจตัวเองไปเลย ใจเราวันนี้มีกิเลสอะไรบ้าง อย่างตื่นเช้ามา วันนี้วันทำงาน ขี้เกียจไปทำงาน มองเห็นความขี้เกียจ หัดใหม่ๆ ดูแล้วมันก็ไม่หาย ตอนหัดแรกๆ ดูไม่หายก็ต้องอดทน อดทนเอา วัดใจตัวเองไปเรื่อยๆ ตรวจสอบไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631013 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631013.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 631017_T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 7:00pm +07

Direct download: 631017_T1.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

การที่เรามาดูจิตดูใจ เพื่อจะมารู้เท่าทันความพลิกแพลงของมัน เดี๋ยวมันก็สุข เดี๋ยวมันก็ทุกข์ เดี๋ยวมันก็ดี เดี๋ยวมันก็ร้าย เดี๋ยวโลภ เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวหลง เดี๋ยวฟุ้งซ่าน เดี๋ยวหดหู่ ใจเราเป็นคนดู แล้วเราก็เห็นเลย สุข ทุกข์ ดี ชั่ว โลภ โกรธ หลง ฟุ้งซ่าน หดหู่ ไม่ใช่จิตหรอก เป็นสิ่งที่จิตไปรู้ไปเห็นเข้า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแล้วดับทั้งสิ้น อย่างนี้ภาวนาถึงจะได้หลัก -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631011 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631011.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 631011_T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 631011_T1.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

เราพยายามฝึกรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นร่างกายนั่ง ร่างกายหายใจ ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน ร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง เราเห็นร่างกาย ใจเป็นคนดู ร่างกายเป็นของถูกดู ใจเป็นคนดู บางทีมีเวทนาแทรกเข้ามา จะเห็นเวทนาไม่ใช่กาย เวทนาก็ไม่ใช่จิต เวทนาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง คำว่าส่วน ก็คือคำว่าขันธ์นั่นเอง เป็นอีกขันธ์หนึ่งแล้ว ดูลงไป ร่างกายนี้ไม่เห็นจะเป็นเราตรงไหนเลย มีแต่ของเป็นทุกข์ มีแต่ของไม่เที่ยง มีแต่ของไม่ใช่เรา เวทนาก็มีแต่บีบคั้น เกิดขึ้นมาแล้ว สภาวะสุขหรือทุกข์ก็ตาม ก็ถูกบีบคั้นให้แตกสลาย สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วครา วอะไรๆ เกิดขึ้นในร่างกายนี้ชั่วคราวหมด รวมทั้งอะไรที่เกิดในจิตใจก็ชั่วคราว เฝ้ารู้เฝ้าดูลงไป เอาไปทำนะ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631010 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631010.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 631004_T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 7:00pm +07

Direct download: 631004_T1.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm +07

บุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นบุญที่ประกอบด้วยปัญญา มันยกระดับจากบุญขึ้นมาเป็นกุศล เป็นเครื่องชำระล้างกิเลสได้ บุญมันก็ดีเหมือนกัน แต่เป็นกุศลดีกว่า กุศลแปลว่าฉลาด คือมันประกอบด้วยปัญญา ทำบุญที่ประกอบด้วยปัญญา คือ เราทำบุญเพื่อลดละกิเลสตัวเอง มันเป็นบุญใหญ่ ถ้าทำบุญโดยหวังผลตอบแทน ก็เป็นบุญที่น้อยหน่อย งานหลักสำคัญของเราชาวพุทธเราจริงๆ ไม่ใช่งานทำบุญหรอก แต่เป็นงานลดละกิเลส นี่คืองานหลักของเรา ... บุญหรือบาปมันอยู่ที่ใจเราเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่อยู่ที่คนอื่นหรอก ยิ่งเราทำบุญเพื่อลดละกิเลส มีวัตถุประสงค์อย่างนี้ มันจะพัฒนาขึ้นเป็นกุศล ลดละกิเลสได้ มันใหญ่กว่าบุญเยอะเลย บุญทำให้เราเวียนว่ายตายเกิด ไปในภพภูมิที่มีความสุข แต่กุศลจะทำให้เราพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631004 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631004.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

เราทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง พอจิตหลงคิดรู้ทัน ที่จริงไม่เฉพาะหลงคิดหรอก จิตหลงไปทำอย่างอื่นแล้วรู้ทัน ก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่หลงคิด เลยมุ่งมาที่หลงคิด อย่างจิตโกรธ รู้ว่าโกรธ ทันทีที่รู้ว่าโกรธ จิตผู้รู้ก็เกิดแล้ว หลงไปคิด รู้ว่าหลงไปคิด จิตหลงคิดดับ จิตผู้รู้ก็เกิดขึ้นมา ตรงที่มันมีจิตเป็นผู้รู้แล้ว ฝึกไปเรื่อย ๆ อย่ารักษามันนะ เพียงแต่ว่าให้มันเกิดบ่อย ๆ อย่ารักษาจิตผู้รู้ไว้ ถ้าเราจงใจรักษาจะเครียด จะเพ่ง เราคอยรู้ทันเท่านั้น จิตหลงแล้วรู้ ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ ต่อไปจิตจะตั้งมั่น เด่นดวงขึ้นมาเอง เหมือนๆ อยู่ได้นาน ที่จริงก็คือจิตรู้เกิดแล้วก็ดับ ๆ แต่มันเกิดดับต่อเนื่องกัน เป็นจิตรู้ยาวขึ้นมา เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ได้ฝึก มีจิตรู้แวบเดียว แล้วก็จิตหลงอีกยาวเลย นาน ๆ มีจิตรู้ทีหนึ่ง อย่างนั้นเจริญปัญญาไม่ได้ กำลังไม่พอ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 ตุลาคม 2563 ไฟล์ 631003 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 631003.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติ เราไปดูได้จากธรรมเทศนากัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้า ท่านสอนหลักของการปฏิบัติไว้หมดเลย เริ่มต้นท่านบอกว่า “มีสิ่งอยู่สองสิ่งที่บรรพชิตไม่ควรส้องเสพ” เป็นภาษาโบราณ ทีนี้พวกเรายังไม่ใช่บรรพชิต เราเป็นฆราวาส เราเป็นนักปฏิบัติ มันก็มีสองสิ่ง อันเดียวกันที่เราไม่ควรส้องเสพ ไม่ควรทำอันหนึ่งคือกามสุขัลลิกานุโยค การปล่อยใจปล่อยกายตามกิเลสไปเรื่อย วันๆ ก็เฮฮาปาร์ตี้ไปเรื่อย เที่ยวเล่นเที่ยวคุยไม่ได้เรื่อง อันที่สอง เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยค สิ่งที่ให้ทำก็คืออริยมรรคมีองค์แปด อยู่ในทางสายกลางที่ไม่สุดโต่งไปสองฝั่งนั้น... เวลาภาวนา อย่าผิดสองอย่างนั้นก่อน แล้วลงมือทำกรรมฐานไป มีความเพียร เช่น หายใจเข้าพุทหายใจออกโธไป แต่ไม่ได้ทำเพื่อเอาความสงบ ไม่ได้ทำเพื่อเอาความสุข ไม่ได้ทำเพื่อเอาความดี ทำเป็นเครื่องรู้เครื่องอยู่ของจิตเท่านั้นเอง พยายามฝึกตัวเองทุกวันๆ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กันยายน 2563 ไฟล์ 630926 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 630926.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

อย่างบริบทสิ่งแวดล้อมทั้งหลายมันเปลี่ยน แต่เนื้อแท้ของธรรมะไม่เปลี่ยน เราภาวนาจนเข้าถึงแก่นของธรรมะแล้ว เราจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ว่ามันธรรมดา ไม่ใช่ของอัศจรรย์อะไร แต่มันเป็นของธรรมดาเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพราะต้านไม่ไหว ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ตื่นตระหนกกับความเปลี่ยนแปลง เพราะเรารู้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้มันธรรมดา -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 กันยายน 2563 ไฟล์ 630920 ซีดีแผ่นที่ 87

Direct download: 630920.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

Direct download: 630927_T2.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

1 2 3 4 5 6 7 Next » 52