ไฟล์จาก podcast หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรมFri, 31 October 2025
|
Fri, 31 October 2025
|
Fri, 31 October 2025
"หากเราจะตาย ถ้าเราเคยภาวนา เราภาวนา ตายเลย ไม่ต้องคิดว่าจะหายหรือไม่หาย ดูมันไป ร่างกายนี้มันไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา อาศัยมันมาอยู่ได้ตั้งหลายปีแล้ว คุ้มค่าแล้ว ตอนนี้ร่างกายเราเหมือนรถยนต์เก่าๆ ซ่อมแล้วซ่อมอีก ซ่อมไม่ไหวแล้ว ถึงเวลาต้องเอาไปโละ ไปขาย คือถึงเวลาต้องทิ้งแล้ว ร่างกายนี้เหมือนกัน เหมือนเครื่องยนต์ พอใช้มานานเริ่มสะดุด เริ่มชำรุดตรงนั้นตรงนี้ แรกๆ ก็ซ่อม ซ่อมโน้นซ่อมนี้ไป ถึงจุดที่มันซ่อมไม่ไหว ซ่อมไม่ไหวก็ทิ้งมัน เราภาวนาของเรา อยู่กับธรรมะของเรา ภาวนาไป พุทโธไป หายใจไป หรือเจริญปัญญาไป เห็นร่างกายมันจะตาย ใจเป็นคนดูอะไรอย่างนี้ ฝึกเรื่อยๆ ไม่ต้องมาห่วงหาอาทรใครทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติก็ไม่ใช่ของเราแล้ว ต่อไปไม่นานก็จะเป็นของคนอื่น ทิ้งให้หมดเลย ตั้งใจอย่างนี้ ถ้าไม่เคยปฏิบัติ ทำไม่ได้หรอก ญาติเราจะตายแล้ว อย่าไปทำให้เขากลุ้มใจ อย่างคนใกล้ตาย ชวนเขาคุยในเรื่องดีๆ ถ้าคุยแล้วเขารำคาญ อย่างชวนคุยเรื่องไปทำบุญไปอะไร เขารำคาญนี้หยุดเลย ไม่ต้องฝืน ต้องรักษาจิตของเขาให้ดี บางคนก็ใช้วิธี คนจะตาย คนใกล้ตัว อย่างพ่อแม่จะตาย จับมือไว้ บอกทำใจสบายๆ ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วงอะไร ปลอบๆ อย่างนี้ อันนี้แบบชาวโลกก็ยังดี ถ้าไปถึงก็ร้องไห้โฮๆ จะตายแล้วๆ ตายแล้วจะไปไหน สงสัยตกนรกแน่เลย ชอบกินเหล้า โอ๊ย อย่างนี้ อย่างนี้มันแกล้งกันชัดๆ เลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กันยายน 2568 |
Thu, 30 October 2025
|
Thu, 30 October 2025
|
Thu, 30 October 2025
"การรักษาศีลก็คือการฝึกตัวเองอย่างหนึ่ง ฝึกใจตัวเอง จะต้องฝึกให้เข้มแข็ง ถ้าใจเราอ่อนแอเรารักษาศีลไม่ได้ ฉะนั้นถ้าเป็นชาวพุทธ พอเห็นว่าศีลไม่สำคัญ จะเอาแต่สมาธิ ปัญญา พูดได้ มันทำไม่ได้จริง เราตั้งใจรักษาศีล แล้วมันพลาด พลาดก็ตั้งใจใหม่ สมาทานให้ดีใหม่ ต่อไปพอเราสมาทานแล้วเราตั้งใจอยู่เรื่อยๆ การรักษาศีลก็จะง่ายขึ้นๆ แต่ถ้าเริ่มต้นบอกว่าถ้าศีลด่างพร้อย ถ้าศีลขาดแล้วไม่ต้องรักษา เอาดีไม่ได้แล้วล่ะ เหลวไหลที่สุดเลยคำพูดอย่างนี้ แล้วมันทำลายรากฐานของการปฏิบัติในศาสนาพุทธทีเดียว ศีลสำคัญ สำคัญมากๆ เลย ไม่มีศีลความเสียหายเกิดขึ้นมากมายทั้งทางโลกทั้งทางธรรม" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 กันยายน 2568 |
Wed, 29 October 2025
"แก่นคำสอนที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา คือเห็นความจริงแล้วสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทำไมไม่ควรยึดมั่นถือมั่น มันทุกข์ มันทุกข์โดยตัวของมันเอง ขันธ์ 5 มันทุกข์โดยตัวของมันเอง แต่ความไม่รู้ ความไม่รู้ทุกข์ เราไปเห็นว่ามันทุกข์บ้างสุขบ้าง เราก็เลยยึด ทันทีที่ยึด ความทุกข์ก็เข้ามาถึงจิตใจตัวเอง ทีแรกความทุกข์มันอยู่ที่ขันธ์ เมื่อเราไม่เห็นว่าขันธ์มันเป็นทุกข์ เราก็ไปยึดมัน ทันทีที่เราไปยึดมัน ความทุกข์ก็จะเข้ามาสู่จิตใจทันทีเลย ฉะนั้นตัวความอยากคือตัณหา ตัวความยึด ตัวอุปาทาน มันทำให้จิตใจเราได้รับความทุกข์ขึ้นมา ขันธ์ 5 มันเป็นทุกข์โดยตัวของมันเอง แต่ถ้าเรารู้ความจริง เราไม่เข้าไปยึดถือใจเราไม่ทุกข์ แล้วขันธ์ 5 มันเป็นทุกข์โดยตัวมันเอง เราไม่รู้ความจริงเราก็เข้าไปยึดถือ ความทุกข์ในขันธ์ 5 ก็ย้ายมาอยู่ในจิตของเรา เพราะฉะนั้นการที่เราจะสามารถเห็นได้ ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เราต้องรู้ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 กันยายน 2568 |
Tue, 28 October 2025
"ถือศีล 5 ทุกวันทำในรูปแบบ เวลาทำในรูปแบบ ไหว้พระสวดมนต์คิดถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็ลงมือปฏิบัติ ถือว่าเราปฏิบัติบูชาพระคุณของท่าน ไม่ได้ปฏิบัติเอาดีวิเศษอะไรหรอก ลงมือทำไป อย่าใจโลภ ถือว่าปฏิบัติบูชา วันไหนฟุ้งซ่านทำความสงบ วันไหนสงบแล้วทำจิตตั้งมั่น ด้วยการรู้เท่าทันจิตที่ไหลไปไหลมา มีจิตตั้งมั่นแล้ว แยกขันธ์ เห็นกายกับใจมันคนละอัน เห็นสุข ทุกข์ ดี ชั่วกับจิตใจก็เป็นคนละอัน ซ้อมอยู่ในรูปแบบ เสร็จแล้วออกมาอยู่ในชีวิตจริง พอร่างกายมันยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด มีสติรู้ไปเรื่อยๆ รู้อะไร รู้ว่าร่างกายเคลื่อนไหว ใจเป็นคนดู รู้ว่าจิตใจของเราเป็นอย่างไร กุศลเกิดหรืออกุศลเกิด ฝึกเรื่อยๆ แล้วจะเข้าใจที่หลวงพ่อพุธบอก ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด มีสติไว้ แค่นี้อย่าว่าแต่จะบรรลุโสดาบันเลย บรรลุพระอรหันต์ยังได้เลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 สิงหาคม 2568 |
Mon, 27 October 2025
|
Mon, 27 October 2025
"หน้าที่เรามีแค่รู้ซื่อๆ ร่างกายเคลื่อนไหวรู้ซื่อๆ จิตใจเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงรู้ซื่อๆ รู้ซื่อๆ คือรู้แล้วไม่ไปปรุงแต่งต่อ ถ้าปรุงแต่งต่อเขาเรียกรู้ไม่ซื่อ อย่างจิตเรามีความโกรธเกิดขึ้น รู้ซื่อๆ คือรู้ว่าตอนนี้จิตมีความโกรธ ถ้ารู้ไม่ซื่อ ก็คือเห็นจิตมีความโกรธ ทำอย่างไรจะหาย นี่ชักจะเจ้าเล่ห์แล้ว ชักหาวิธี ถ้าคิดถึงว่าจะทำวิธีไหนดี วิธีไหนดี อันนี้เสียท่าหมดแล้ว ฟุ้งซ่าน ไม่มีวิธีอะไรดีหรอก มีแต่รู้ซื่อๆ ตรงที่คิดว่าอย่างนั้นน่าจะดี อย่างนี้น่าจะดี อันนั้นล่ะที่เรียกว่าสีลัพพตปรามาส ถือศีลบำเพ็ญพรตแบบงมงายแล้ว เกินจากรู้ซื่อๆ ก็งมงายหมด ฉะนั้นฝึกตัวเองให้เข้ามาสู่จุดที่สามารถรู้ซื่อๆ ได้ รู้ซื่อๆ คือรู้แล้วไม่เข้าไปแทรกแซง บางคนอยากรู้ซื่อๆ พอเห็นอะไรก็ทำใจให้นิ่ง บอกนี่รู้ซื่อๆ อันนั้นไม่ใช่รู้ซื่อๆ อันนั้นเรียกรู้ซื่อบื้อ รู้แล้วโง่ เข้าไปแทรกแซง บอกแล้วว่ารู้ซื่อๆ คือรู้แบบไม่แทรกแซง รู้ตามที่เขาเป็น ปล่อยให้เขาทำงานไป ทำไมจะต้องรู้อย่างที่เขาเป็น ทำไมต้องปล่อยให้เขาทำงานไป เพื่อเราจะได้เห็นไตรลักษณ์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 สิงหาคม 2568 |
Mon, 27 October 2025
|
Sun, 26 October 2025
|
Sat, 25 October 2025
|
Sat, 25 October 2025
|
Fri, 24 October 2025
|
Fri, 24 October 2025
|
Thu, 23 October 2025
|
Thu, 16 October 2025
|
Tue, 7 October 2025
"ในพระสูตรมหาสติปัฏฐานสูตรหรือสติปัฏฐานสูตรอื่นๆ รู้สึก ท่านไม่มีคำว่าบังคับเลย 'ภิกษุทั้งหลายหายใจออกยาวก็รู้หายใจเข้ายาวก็รู้ ภิกษุทั้งหลายยืนอยู่ก็รู้ เดินอยู่ก็รู้ นั่งอยู่ก็รู้ นอนอยู่ก็รู้ ภิกษุทั้งหลายเคลื่อนไหวก็รู้ หยุดนิ่งก็รู้ คู้แขนเข้ามาก็รู้ เหยียดออกไปก็รู้' รู้ไปตามธรรมชาติ ถ้ารู้ตามธรรมชาติแล้ว ใจมันเบา แต่ส่วนใหญ่ทำไม่ได้หรอก หัดใหม่ๆ บอกว่าคู้แขนก็รู้ใจมันจะแน่น คลายออกก็รู้ จะมีน้ำหนักขึ้นมา ลองสังเกตเวลาเราเคลื่อนไหวตามธรรมชาติไม่มีน้ำหนัก พอเราจงใจเมื่อไรมีน้ำหนัก สังเกตตัวนี้แล้วเราจะ โอ้ จิตที่ธรรมดาเป็นอย่างนี้เอง พอเราได้จิตที่ธรรมดาแล้ว ต่อไปเวลาจิตไม่ธรรมดาเราจะรู้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 สิงหาคม 2568 |
Mon, 6 October 2025
"การรักษาศีลเป็นแค่การตั้งรับ เวลากิเลสมันแรง เราสู้ไม่ไหว เราหนีเข้าป้อมของเรา คือรักษาศีลไว้ ถ้าเราฝึกจิตใจทุกวันๆ จิตเรามีกำลังมากขึ้น มันพอต่อสู้พอฟัดพอเหวี่ยงกับกิเลส เราก็จะสู้กับกิเลสด้วยอีกวิธีหนึ่ง เป็นการผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ก็คือสู้ด้วยสมาธิ จริงๆ เครื่องสู้กิเลสก็มีศีล สมาธิ ปัญญานั่นล่ะ ถ้าเราฝึกสมาธิของเราให้ดี มันจะข่มกิเลสได้เป็นคราวๆ ช่วงไหนจิตเรามีสมาธิ กิเลสมันก็ถอย ไม่มาครอบงำ ช่วงไหนสมาธิเราเสื่อม กิเลสก็กลับมาครอบงำรุนแรงได้อีก ต้องสู้กันใหม่แล้วกลับไปรักษาศีลให้ดี" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร 24 สิงหาคม 2568 |
Sat, 4 October 2025
|
Sat, 4 October 2025
|
Fri, 3 October 2025
|
Fri, 3 October 2025
|
Fri, 3 October 2025
"วิธีเรียนกรรมฐานของพระพุทธเจ้าเรียกว่า 'วิภัชชวิธี' แปลว่าเรียนด้วยการจำแนกแยกแยะออกไป อย่างเรารู้สึกว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ พอเรามาหัดแยกออกไป ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง ความรู้สึกสุขทุกข์อยู่ส่วนหนึ่ง ความจำได้หมายรู้อยู่ส่วนหนึ่ง ความปรุงดีปรุงชั่วปรุงไม่ดีไม่ชั่วอยู่ส่วนหนึ่ง จิตเป็นคนรู้ จิตเป็นตัวกลาง รู้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอยู่อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเราสามารถแยกออกมาได้ เราจะพบว่าแต่ละขันธ์ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ขันธ์เป็นสักแต่ว่าขันธ์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช บ้านจิตสบาย 17 สิงหาคม 2568 |