Direct download: 640627__T1.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 640626_T2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640626_T1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 640620_T2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640620_T1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

จะดูไตรลักษณ์ของรูปนามได้ จิตต้องมีลักขณูปนิชฌาน คือมีความตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้เห็น เห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม ถ้าลำพังเห็นรูปเห็นนามเรียก อารัมมณูปนิชฌาน เพ่งตัวอารมณ์ ใช้รูปเป็นอารมณ์ ใช้นามเป็นอารมณ์ ใช้บัญญัติเป็นอารมณ์ หรือกระทั่งใช้นิพพานเป็นอารมณ์ อันนั้นเป็นอารัมมณูปนิชฌาน แต่ตรงที่เห็นนิพพานจริงๆ มันเป็นลักขณูปนิชณาน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 ตุลาคม 2564

Direct download: 641030.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 640619__T2.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640619___T1.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 640613_T2__.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640613_T1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 640612_T2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640612_T1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

การทำกรรมฐาน ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกเวลา เมื่อไรมีสติระลึกรู้รูปธรรมนามธรรมที่กำลังปรากฏ ด้วยจิตที่ตั้งมั่น คือมีสัมมาสมาธิ แล้วก็เป็นกลาง เมื่อนั้นเราเดินปัญญาอยู่ เมื่อไรเรามีสติระลึกรู้อารมณ์อันเดียวอยู่ อันนั้นก็ภาวนาเหมือนกัน แต่เป็นระดับสมถกรรมฐาน ไม่ถึงวิปัสสนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 ตุลาคม 2564

Direct download: 641023.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 640606__T2.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00pm +07

Direct download: 640606__T1.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

พวกเรารักษาศีล 5 ความชั่วอะไรยังไม่ละก็ละเสีย แล้วก็ไม่ไปทำความชั่วขึ้นมาอีก กุศลอะไรยังไม่ได้ทำก็ทำเสีย เจริญเสีย ตัวกุศล มันก็คือตัวศีล สมาธิ ปัญญานั่นล่ะ ก็พัฒนามันไป จิตมันก็จะเกิดอโลภะ อโทสะ อโมหะ เป็นตัวกุศลจริงๆ อโมหะก็คือตัวปัญญานั่นล่ะ ค่อยๆ ฝึก พัฒนาตัวเอง กุศลอะไรยังไม่ทำก็ทำเสีย กุศลอะไรที่ทำได้แล้วก็รักษาเอาไว้ ไม่ใช่ทำแล้วก็เลิกๆ เมื่อไหร่มันจะดี เหมือนการภาวนา ต้องทำทุกวัน ถ้าทำตั้งแต่ตื่นจนหลับได้ดีที่สุด ถ้ายังมีหน้าที่การงาน ทางโลกก็ทำงานไป ถึงเวลาทำงานก็ทำหน้าที่ของเราไป มีเวลาเมื่อไหร่ก็มารู้กายรู้ใจ มีสติ มีจิตตั้งมั่น อย่างนี้เราถึงจะพัฒนาตัวเองได้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 ตุลาคม 2564

Direct download: 641024.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 641017.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ลงมือปฏิบัติจริงๆ ทิ้งไม่ได้เรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องปัญญา ศีลต้องรักษา สมาธิต้องฝึก ปัญญาต้องเจริญ ถ้าเราทำอย่างนี้เราก็จะค่อยๆ มีปัญญา เห็นความจริงของธาตุของขันธ์เป็นลำดับๆ ไป พอเราฝึกรักษาศีลให้ดี สมาธิมันก็ฝึกง่าย ศีลเสียสมาธิก็ไม่มี แตกหมด หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2564

Direct download: 641016.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

ธรรมเทศนา ที่บ้านจิตสบาย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ 4 พฤษภาคม 2557

Direct download: 570504.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 4:21pm +07

"เราต้องฝึกมีความคิดถูก มีความเห็นถูก มีความคิดถูก มีคำพูดถูก มีการกระทำถูก มีการเลี้ยงชีวิตถูก แล้วก็ลงมือภาวนา มีเป้าหมายที่ถูก ลดละกิเลสเจริญกุศล จะลดละกิเลสเจริญกุศลได้ ต้องมีสติ ระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจไป พอมีสติถูกต้อง สมาธิที่ถูกต้องหรือตัวผู้รู้ จิตที่เป็นผู้รู้คือจิตที่มีสมาธิที่ถูกต้องมันจะเกิดขึ้นเอง อาศัยสติที่บริบูรณ์ จะทำให้สัมมาสมาธิเจริญขึ้นมาบริบูรณ์ได้ พอจิตเราตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว สติระลึกรู้รูป รู้นาม จะเห็นแต่ไตรลักษณ์ พอเห็นอย่างแท้จริง เรียกว่าเราเจริญในญาณทัศนะที่ถูกแล้ว ทำวิปัสสนาญาณอยู่ถูกต้องเรียกสัมมาญาณะ ตัววิปัสสนาญาณนั่นล่ะ สุดท้ายอริยมรรคอริยผลมันก็เกิด สัมมาวิมุตติเกิดขึ้น นี่คือเส้นทาง" หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 ตุลาคม 2564

Direct download: 641010.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 7:00am +07

พวกเราก็ได้อาศัยสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอน มาพัฒนาใจตัวเอง อยู่กับปัจจุบันไป ดูกายมันทำงาน ดูใจมันทำงานไป ไม่ให้ใจฟุ้งซ่าน ลืมกายลืมใจไปเรื่อย พอลืมกายลืมใจแล้วจิตมันไปไหน จิตมันไปอดีต ไประลึกชาติ เช่น เมื่อปีกลายเราเป็นอย่างนี้ เมื่อปีโน้นเราเป็นอย่างนี้ เรารู้จักคนโน้นคนนี้ ตอนนี้หายไปไหนหมดแล้ว ตายไปหมดแล้ว จิตไม่อยู่กับปัจจุบัน จิตมัวแต่ระลึกชาติ คิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่เคยผ่านมาแล้ว หรือจิตคำนึงไปถึงอนาคต กังวลในอนาคตจะทำอย่างไรๆ กลัวความทุกข์ในอนาคต หรืออยากมีความสุขในอนาคต จนลืมกลัวความทุกข์ในปัจจุบัน ลืมที่จะรู้จักความสุขในปัจจุบัน ห่วงอนาคตจนทิ้งปัจจุบัน อนาคตมันเหมือนความฝัน ปัจจุบันมันเป็นความจริง มัวแต่ห่วงความฝันแล้วทิ้งความจริง ไม่จัดว่าฉลาด หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 9 ตุลาคม 2564

Direct download: 641009.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

อาศัยมีสติรู้พฤติกรรมของจิตตัวเองเรื่อยๆ ไป เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดี เดี๋ยวชั่ว รู้ไป จิตไม่เป็นกลาง ยินดียินร้ายขึ้นมา ยินดีต่อความสุข ยินร้ายต่อความทุกข์ ยินดีต่อกุศล ยินร้ายกับอกุศล รู้ทัน จิตจะเป็นกลางด้วยสติ พอรู้เรื่อยๆ ไป ต่อไปก็เป็นกลางด้วยปัญญา รู้ว่าสุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว เสมอภาคกันด้วยความเป็นไตรลักษณ์ มันจะเป็นกลางด้วยปัญญา พอเป็นกลางด้วยปัญญา จิตจะหมดความดิ้นรนปรุงแต่ง จิตจะพ้นจากภพ แล้วสัมผัสพระนิพพาน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 ตุลาคม 2564

Direct download: 641003.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

กฎของการดูจิต ข้อหนึ่ง ให้สภาวะเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรู้ว่ามีสภาวะเกิด ข้อสอง ระหว่างดูสภาวะไม่ถลำลงไปดู ดูแบบคนวงนอก ข้อสาม เมื่อรู้สภาวะแล้ว จิตหลงยินดีให้รู้ทัน จิตหลงยินร้ายให้รู้ทัน จิตก็เป็นกลาง ไม่ยินดี ไม่ยินร้ายกับสภาวะ สุขหรือทุกข์ก็เท่าเทียมกันด้วยความเป็นไตรลักษณ์ ดีหรือชั่วก็เท่าเทียมกันด้วยความเป็นไตรลักษณ์ เราจะเห็นถึงไตรลักษณ์ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 ตุลาคม 2564

Direct download: 641002.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

อาศัยนาทีสุดท้าย ช่วงสุดท้ายของชีวิตเจริญสติไว้ หัดแยกขันธ์ไปเรื่อยๆ ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง ความเจ็บปวดอยู่ส่วนหนึ่ง ดูไป ความเจ็บป่วยกับร่างกายมันคนละอันกัน ความเจ็บปวดกับจิตก็เป็นคนละอันกัน จิตเป็นคนรู้ว่าเจ็บปวด จิตไม่เคยเจ็บปวดหรอก จิตมันมีแต่กิเลสรุมเร้าเอา มันคนละส่วน กิเลสก็ไม่ใช่ความเจ็บปวด เราค่อยๆ แยกไป แยกขันธ์ไปเรื่อยๆ แล้วเราจะเหลือแต่ความเจ็บปวดจริงๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับร่างกาย ร่างกายไม่ได้เจ็บ เพียงแต่ความเจ็บมันมาอาศัยอยู่ในร่างกาย แล้วจิตใจก็ไม่ได้เจ็บไปด้วย จิตใจเป็นคนรู้คนดู ถ้าเราสามารถรักษาจิตใจให้เป็นคนรู้คนดูได้ จิตของเราดีแล้ว ถ้าตายไปอย่างไรก็ไปสุคติ เพราะเรามีสติรักษาจิตเอาไว้ได้อย่างดีแล้ว เป็นกุศลอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กันยายน 2564

Direct download: 640926.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm +07

อยู่ตรงไหนก็มีธรรมะ หัดมองให้เป็นแล้วจะเห็นธรรมะ ธรรมะอยู่กับโลกก็อยู่อย่างไม่เห็นแก่ตัว อยากพ้นโลกไปก็จะเห็นว่าตัวเราไม่มีหรอก มีแต่รูปธรรมนามธรรม ค่อยๆ ฝึกไป แล้วเราก็จะเข้าถึงความบริสุทธิ์หลุดพ้น เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านเดินให้เราดู เราไหว้พระพุทธรูปเรานึกถึงพระพุทธเจ้า แต่เดิมท่านก็มีกิเลสท่านก็เคยทำความผิด ทำไมท่านเข้าถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรมะอันใด ถ้าเราเดินอยู่ในธรรมะอันนั้น วันหนึ่งเราก็ไปเหมือนท่านได้ สอนตัวเองไปอย่างนี้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 กันยายน 2564

Direct download: 640925.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 10:00am +07

1 « Previous 1 2 3 4 5 6 7 Next » 63