Direct download: 650710_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650710_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650709_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650709_VT1.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

การที่เราทำจิตตสิกขา คือการทำกรรมฐานอย่างหนึ่ง แล้วรู้ทันจิตที่เคลื่อนไป แล้วเราจะได้จิตที่ตั้งมั่นขึ้นมา จิตที่ตั้งมั่นมีทั้งสมาธิที่ถูกต้อง มีทั้งสติที่ถูกต้อง จิตดวงนี้พร้อมที่จะเจริญปัญญาแล้ว บางคนพอมีจิตที่ตั้งมั่นแล้ว ไม่ไปต่อก็ตั้งอยู่อย่างนั้นล่ะ อันนี้ก็น่าเสียดาย เหมือนเราชาร์จแบตเตอรี่เอาไว้เต็ม แล้วเราก็ไม่ได้ใช้ วางทิ้งไว้ให้แบตเตอรี่เสื่อม เพราะฉะนั้นเราทำสมาธิเสร็จแล้ว เราก็ต้องมาเดินปัญญาต่อ นี่คืองานที่สอง งานฝึกจิตให้เกิดปัญญา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 กันยายน 2565

Direct download: 650910.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 650703_VQ2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650703_VQ1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

ชาวพุทธเราเอาชนะความอยากด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าท่านมองลงไปต่อ ว่าความอยากมันมาจากอะไร หลักของเราชาวพุทธ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะมองไปว่า ต้นตอ ต้นเหตุของปัญหาคืออะไร แล้วเราก็ไปแก้ที่ต้นเหตุ นี่เป็นวิธีการของชาวพุทธ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นมาเป็นผล มันก็ต้องมีเหตุ ชาวพุทธเราเวลามีปัญหา เราจะมองไปที่ต้นเหตุของปัญหา อะไรเป็นเหตุ แล้วไปแก้ที่เหตุ สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ ถ้าเหตุดับ สิ่งนั้นก็ดับ นี่เป็นธรรมะสำคัญ พื้นฐานเลยของเราชาวพุทธ การที่จะดับผล เราดับที่ตัวผลไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็สอนอะไรเป็นเหตุของมัน แล้วก็สอนความดับ คือดับเหตุของมันนั่นล่ะ ถ้าเราดับเหตุของทุกข์ได้ ความทุกข์มันก็ดับ ฉะนั้นเราต้องดับที่ตัวเหตุ นี่คำสอนของพระพุทธเจ้า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 กันยายน 2565

Direct download: 650904.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 650703_VT2__38_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

เราจะปล่อยวางจิตได้ ก็ต้องเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่ได้เห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ มันไม่วางหรอก มันเหมือนที่เราปล่อยวางกาย เราเห็นกายมันตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มันก็วาง จิตนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่เห็น ว่ามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มันก็ไม่วาง ถ้าเราเห็นแล้วมันถึงจะวาง เพราะฉะนั้นอย่างที่เรามาหัดดูจิตๆ เราก็จะมาเห็น จิตดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไปทั้งวันทั้งคืน จิตสุขเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตดีเกิดแล้วก็ดับ จิตชั่วเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกชนิดเกิดแล้วดับ จิตที่ไปดูเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปฟังเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปดมกลิ่น จิตที่ไปลิ้มรส จิตที่ไปรู้สัมผัสทางกาย เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปคิดนึกทางใจ เกิดแล้วก็ดับ ตรงที่มันไปคิดนึกทางใจ ก็จะเกิดเป็นจิตสุขบ้าง จิตทุกข์บ้าง จิตดีบ้าง จิตโลภ โกรธ หลงบ้าง แต่จิตทุกชนิดนั้นเกิดแล้วดับ ถ้าเราเห็นอย่างนี้ถึงจุดหนึ่งมันจะวาง มันจะปล่อยวางจิตได้ ถ้าปล่อยวางจิตได้ มันก็ไม่มีอะไรให้ยึดอีกแล้ว หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 กันยายน 2565

Direct download: 650903.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 650703_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

รู้จักเบรกบ้าง แล้วชีวิตจะมีความสุข ที่แย่งกันจะเป็นจะตาย สุดท้ายว่างเปล่า นอนหายใจแขม่วๆ นึกถึงทุกอย่าง มีลาภก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ เคยได้รับคำสรรเสริญก็ถูกเขาด่าอะไรอย่างนี้ แล้วอะไร มีสุขอยู่ก็มีทุกข์ได้ โลกมันเป็นอย่างนั้น หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ฉะนั้นรู้จักพัก รู้จักเบรก แล้วชีวิตจะก้าวหน้าทั้งทางโลกทางธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 สิงหาคม 2565

Direct download: 650828.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 650702_VQ_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650702_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650702_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

คำว่า “กายในกาย” “เวทนาในเวทนา” “จิตในจิต” “ธรรมในธรรม” ฟังแล้วมันแปลไม่ออกไม่รู้ว่าคืออะไร มันไม่ใช่ภาษาของคนรุ่นเราแล้ว ธรรมะที่แปลจากบาลีเป็นพระไตรปิฎกภาษาไทย ก็มีสมัยรัชกาลที่ 5 เวลาร้อยกว่าปี ภาษามันเคลื่อนไปเยอะแล้ว เราฟังบางทีไม่เข้าใจแล้ว ก็ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกทีหนึ่ง “กายในกาย” เป็นอย่างไร หมายถึงเราไม่ต้องเรียนกายทั้งหมด เราไม่ต้องเรียนเวทนาทั้งหมด เราไม่ต้องเรียนจิตทั้งหมด ไม่ต้องเรียนธรรมะทั้งหมด เราเรียนบางอย่างบางข้อ ถ้าเข้าใจแจ่มแจ้งในเรื่องนั้นแล้ว เราจะเข้าใจธรรมะทั้งหมด เป็นการสุ่มตัวอย่างมาเรียน ไม่ได้ผิดอะไรกับการทำงานวิจัยภาคสนามเลย การที่พระพุทธเจ้าสอนสติปัฏฐาน สอนไม่ได้แตกต่างกับหลักที่หลวงพ่อบอกเลย สุ่มตัวอย่างมาเรียน ถ้าเข้าใจในสิ่งที่เรียนแล้วจะเข้าใจทั้งหมด แล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ให้เราไปสุ่มส่งเดช ท่านกำหนดหัวข้อมาให้แล้ว หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 สิงหาคม 2565

Direct download: 650827.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

ตรงที่เรามีสติรู้เท่าทันสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความคิดของตัวเอง หลวงพ่อมอง มันแทบจะเป็นจุดตั้งต้นของการปฏิบัติจริงๆ การปฏิบัติไม่ใช่นั่งสมาธิเดินจงกรมเฉยๆ มันตั้งแต่ว่าขัดเกลาตัวเองด้วยศีล หรือดูแลคำพูด การกระทำ การเลี้ยงชีวิตของตัวเองให้ดี ไม่ทำไปด้วยอำนาจของกิเลส แล้วก็ถัดจากนั้นตัวสมาธิมันก็จะเกิดขึ้น คือจิตใจเราเป็นปกติ ไม่ถูกกิเลสผลักดันให้วิ่งพล่านๆ เหมือนหมาถูกน้ำร้อน พอจิตใจเราเป็นปกติ จิตใจมันก็สงบ เพราะฉะนั้นศีลไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าศีลของเราเสีย อย่ามาคุยเรื่องสมาธิ ถ้าไม่มีสมาธิที่ถูกต้อง อย่ามาพูดเรื่องเจริญปัญญา ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจุดสำคัญบอกแล้วว่าศีลเราจะดี ถ้าเราคอยรู้เท่าทันสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความคิดของเรา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 สิงหาคม 2565

Direct download: 650821.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 650626_VQ_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650626_VT24.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650626_VT1.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650625_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650625_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650619_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 650619_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องเรียก กรรมวาที เน้นย้ำเรื่องกรรม การกระทำก็มีผลเป็นกิริยวาที เป็น วิริยวาที วิริยวาทีก็คือต้องมีความเพียร ต้องมีความเพียรต่อสู้กับกิเลส ต่อสู้กับความไม่รู้ของเรา รู้ ต่อสู้ความอยาก ก็เจริญกุศล ให้ถึงพร้อมทั้งศีล ทั้งสมาธิ ทั้งปัญญา ต้องเจริญขึ้นมา เพียร เพียรลดละอกุศลทั้งหลายที่เรามีอยู่ เพียรเจริญกุศลให้ถึงพร้อม ต้องมีความเพียร ต้องอดทน แล้วต้องมีความเชื่อมั่นในเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม ชาวพุทธถ้าไม่เชื่อเรื่องกรรมกับเรื่องผลของกรรม ก็เป็นชาวพุทธไม่ได้ ชาวพุทธเราเชื่อเรื่องกรรม “เราทำกรรมอันใดไว้จะเป็นบุญหรือเป็นบาป เราก็จะต้องรับผลของกรรมนั้นสืบไป” จะเชื่ออย่างนี้ ฉะนั้นอะไรที่งมงายไม่ใช่ชาวพุทธหรอก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 สิงหาคม 2565

Direct download: 650820.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

1 2 3 4 5 6 7 Next » 75