Direct download: 661111_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

คนทั้งหลายตลอดชีวิตวิ่งหาแต่ความสุข ใครๆ ก็อยากได้ความสุข ความสุขที่เขารู้จักนั้น ถ้าเป็นภาษาพระก็เป็นกามสุข เป็นสุขที่คลุกคลี ต้องไปเกี่ยวข้องกับคนอื่น ความสุขที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น มันไม่สุขจริง ก็คนมันวุ่นวาย มันกระทบกระทั่งกันตลอด ในโลกน่าสงสาร วิ่งหาความสุข แต่ไม่รู้ว่าความสุขที่ลึกซึ้ง ที่ประณีต คือความสงบ ความสุขอย่างโลกๆ มันไม่สงบ มีแต่ฟุ้งซ่าน มีแต่ทำให้เสพติด ความสุขที่เกิดจากความสงบ มันเริ่มตั้งแต่การทำสมาธิ สมาธิมันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการปฏิบัติ พอใจมันเริ่มสงบมันมีความสุข มันไม่ต้องยุ่งวุ่นวายอะไรกับใคร จิตที่มันสงบแนบอยู่ในอารมณ์อันเดียว ตรงนี้ก็มีความสุขแล้ว แล้วถ้าจิตมันรู้ว่า มันไหลไปอยู่ที่อารมณ์ แล้วมันตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา มันได้สมาธิอีกชนิดหนึ่ง ก็มีความสุขอีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนกัน พยายามฝึกนะ แล้วเราจะได้ความสุขที่ประณีตมากขึ้น ความสุขของสมาธิชนิดสงบ มันความสุขของเด็กๆ ได้ของเล่นที่พอใจแล้วก็ไม่ไปซนที่อื่น ความสุขของจิตที่ตั้งมั่น เป็นความสุขแบบผู้ใหญ่ พร้อมที่จะรับสถานการณ์ทั้งหลายทั้งปวง ด้วยจิตที่เข้มแข็ง อะไรก็ได้ที่ผ่านมา จิตมันตั้งมั่นเป็นคนเห็นเท่านั้นเอง ไม่อิน นี่ก็เป็นความสุขของสมาธิ 2 ชนิด ความสุขที่ประณีตขึ้นไปอีก คือความสุขจากการเจริญปัญญา เราเกิดความรู้ความเข้าใจ จิตใจมันอิ่มเอิบ มีปัญญา แล้วก็ถัดจากนั้น ถ้ามันเกิดอริยมรรค เกิดอริยผล มันมีความสุขยกระดับขึ้นไปอีก เวลาที่เกิดอริยมรรคแล้ว ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป จิตใจมันมีความมั่นคง มันมีความมั่นคง มันรู้ว่าการเดินทางถัดจากนี้ ในสังสารวัฏที่เหลือนี้ไม่ตกต่ำ พอ 4 ครั้งแล้วอาสวะมันจะถูกพรากออกไป แยกออกไป จิตมันจะแยกออกจากขันธ์เด็ดขาด ขันธ์นั้นคือตัวทุกข์ เพราะฉะนั้นจิตพ้นขันธ์ก็คือจิตพ้นทุกข์ ก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนขันธ์แตกขันธ์ดับก็เรียกว่าดับทุกข์ ความสุขอันนี้ไม่มีอะไรเหมือน เป็นความสุขที่เสถียรเลย ความสุขของพระนิพพาน เป็นสุขยิ่งกว่าสิ่งอื่น ความสุขที่เราจะสัมผัส มันมีเป็นระดับๆ ไป เพราะสุขอื่นเสมอด้วยความสงบไม่มี พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง “นิพพานัง ปรมัง สุขัง” เพราะนิพพานสงบอย่างยิ่ง สงบจากกิเลส สงบจากตัณหา สงบจากความปรุงแต่ง สงบจากความยึดถือทั้งปวง เพราะฉะนั้นมันมีความสุขอย่างยิ่ง ความสุขอย่างนี้พวกเรามีโอกาสเข้าถึง เพราะเราได้ยินได้ฟังธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนแล้ว คือเรื่องของสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 มีนาคม 2567

Direct download: 670330.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 661105_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661105_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของกรรม มันก็คือเรื่องของเหตุกับผลนั่นเอง ถ้าเราทำเหตุอย่างนี้ ผลมันก็เป็นอย่างนี้ ทำเหตุอีกอย่างหนึ่ง ผลก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง มันเป็นเรื่องของเหตุกับผล ธรรมะของพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยเรื่องเหตุกับผลทั้งนั้น ไม่มีอะไรเลื่อนๆ ลอยๆ พิสูจน์ไม่ได้ ฉะนั้นคำสอนของท่านจะเป็นเรื่องของเหตุกับผล อย่างถ้าเรามีตัณหา มีความอยากเกิดขึ้น ผลคือความทุกข์จะต้องเกิดขึ้น ฉะนั้นความอยากเกิดขึ้นเมื่อไร จิตก็สร้างภพทันทีเลย ตัณหาเป็นผู้สร้างภพ ภพก็คือความดิ้นรนปรุงแต่งของจิต แล้วทันทีที่เกิดความดิ้นรนปรุงแต่งของจิต ความทุกข์ก็เกิดขึ้นทันทีเลย มันไม่มีใครคัดค้านได้ มันเป็นสัจธรรมอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำเหตุคือตัณหา ผลก็คือความทุกข์ ถ้าเราทำเหตุ คือศีล สมาธิ ปัญญา หรืออริยมรรคมีองค์ 8 สิ่งที่เราได้คือความพ้นทุกข์ ความดับทุกข์ อันนี้ก็ไม่มีใครกล้าเถียงได้เพราะว่ามันเป็นสัจธรรม หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 มีนาคม 2567

Direct download: 670324.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

อันหนึ่งเข้าฌานให้ได้ ซึ่งเรายุคนี้เล่นยาก ถ้าได้ถึงฌานที่ 2 ตัวผู้รู้จะเด่นดวงขึ้นมาเลย แล้วยิ่งฌานสูงขึ้นๆ ตัวรู้ก็ยิ่งแข็งแรง เวลาออกจากฌานมา ตัวรู้จะเด่นดวงอยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องรักษา แต่พวกเราทำฌานไม่เป็น ก็ใช้อีกวิธี อาศัยสติรู้ทันความปรุงแต่งของใจตัวเอง รู้มันไปเรื่อยๆ รู้ทันความปรุงแต่งของกายก็ได้ ร่างกายหายใจออกรู้สึก ร่างกายหายใจเข้ารู้สึก แล้วพอมันหลงลืมที่จะรู้ร่างกาย เราเคยฝึกที่จะรู้สึก ร่างกายหายใจออกหายใจเข้า พอมันหลงลืมร่างกายแป๊บเดียว มันก็จะกลับมารู้สึกได้ สภาวะอะไรก็ได้ ถ้าเรารู้ร่างกายหายใจออก ร่างกายหายใจเข้า พอเราลืม หลงไปแล้วก็จังหวะการหายใจเปลี่ยน สติจะเกิดเองเลย จิตจะรู้ตัวขึ้นมา ตื่นขึ้นมา หรือจิตใจเรา เราเคยอ่าน มันสุขบ้าง มันทุกข์บ้าง เฉยๆ บ้าง เรารู้ทันความปรุงแต่งที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พอเราหลง จิตมีความทุกข์ขึ้นมา ทุกข์ดูง่ายกว่าสุข อย่างดูเวทนา ทุกข์มันดูง่ายกว่าสุข เฉยๆ ดูยากที่สุดเลย ฉะนั้นทีแรกเราจะเห็นทุกข์ก่อน พอใจเราทุกข์ขึ้นมา มันแน่นๆ ขึ้นมา ก็มีสติรู้ทัน เราเคยดูความทุกข์ความสุขของจิตใจชำนาญ พอโกรธปุ๊บ ใจมันมีความทุกข์ขึ้นมาแล้ว มันก็จะเห็น มีสติรู้ทันขึ้นมา ทันทีที่รู้ว่ามีความทุกข์ จิตจะดีดผางขึ้นมา ตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้เลย ส่วนที่ครูบาอาจารย์สอน ส่วนใหญ่ให้ดูหลง เพราะหลงนั้นเกิดบ่อยที่สุด ถลำลงไปเพ่งไปจ้องภายใน อารมณ์กรรมฐานบ้าง อะไรที่แปลกปลอมไหวๆ ขึ้นข้างในบ้าง จิตไหลไปเพ่งไปจ้อง รู้ทัน ตรงที่เรารู้ทันจิตที่ไหลไปไหลมา รู้ทันหลงแล้ว จิตจะดีดผางขึ้นมาเป็นผู้รู้ พอมีจิตเป็นผู้รู้ คราวนี้การภาวนาจะง่ายแล้ว หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 มีนาคม 2567

Direct download: 670323.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 661104_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661104_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

พอเราเจริญวิปัสสนากรรมฐานมากๆ เราก็จะเห็นข้อบกพร่องของกาย มันบกพร่องคือมันไม่เที่ยง มันถูกความทุกข์บีบคั้น มันเป็นแค่วัตถุธาตุ ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา จิตก็วาง เห็นความจริงทางนามธรรมทั้งหลาย ล้วนแต่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับ ควบคุมไม่ได้ พอเห็นความจริง จิตก็วาง เรื่องอะไรต้องไปดิ้นรนแสวงหาความสุขในโลกให้วุ่นวาย ในเมื่อมันเป็นของที่ไม่ยั่งยืน เรื่องอะไรจะต้องเกลียดความทุกข์มากมาย ในเมื่อจริงๆ แล้วโลกนี้ก็มีแต่ทุกข์ ไม่มีอย่างอื่นหรอก พอเราเดินปัญญาจริงๆ จิตเราก็จะเป็นกลางต่อสุขและทุกข์ ต่อดีและชั่ว สุดท้ายเราก็ปล่อยวาง เห็นความไม่ได้สาระแก่นสารก็วาง เพราะฉะนั้นการที่เราจะปล่อยวางรูปธรรมนามธรรมได้ เราต้องเดินวิปัสสนา ดูไตรลักษณ์ของรูปธรรมของนามธรรม ดูแล้วดูอีก ไม่ใช่คิดเอาเองว่ามันเป็นไตรลักษณ์ ต้องรู้สึกเอา ต้องดูจนซาบซึ้งถึงอกถึงใจ ถึงจะปล่อยวางได้ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 17 มีนาคม 2567

Direct download: 670317.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 661102_VT2__.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661102_VT1__.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

การปลูกต้นไม้ก็ต้องรู้จักต้นไม้ชนิดนี้ จะรดน้ำแค่ไหน จะใส่ปุ๋ยแค่ไหน เหมือนเรา เป็นต้นไม้ชนิดไหน เป็นต้นไม้ที่จะต้องเร่งความเพียรมาก หรือเป็นต้นไม้ที่ภาวนาไปเรียบๆ ง่ายๆ สังเกตตัวเองเอา อย่าทำไปด้วยความอยาก เห็นเขาภาวนาก็อยากอย่างเขา อย่างได้ยินว่าหลวงพ่อดูจิต เราก็อยากดูจิต เรายังไม่มีกำลังจะดูจิต เราก็ดูกายไป มันต้นไม้คนละชนิดกัน ต้นไม้แต่ละต้น เวลาจะใส่น้ำ จะใส่ปุ๋ยก็ต้องดู ต้นไม้ต้นนี้ต้องการน้ำมาก ก็ให้น้ำมาก ต้นนี้ต้องการน้ำน้อย ก็ให้น้ำน้อย ต้นนี้ต้องการปุ๋ยอย่างนี้ เราเอาปุ๋ยอีกอย่างไปใส่ มันก็ไม่โต ดีไม่ดีตาย ฉะนั้นต้นไม้แต่ละชนิดต้องการน้ำ ต้องการปุ๋ยไม่เหมือนกัน เราแต่ละคนก็ดูตัวเอง เราต้องการกรรมฐานชนิดไหนที่เหมาะกับเรา เรารู้จักประเมินตัวเอง ว่าเราเป็นต้นไม้ชนิดไหน ค่อยๆ ฝึกเอา หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 มีนาคม 2567

Direct download: 670316.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am +07

Direct download: 661029_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661029_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661029_VQ_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661028_VT1__.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661023_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661023_VT1__.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661022_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661022_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661021_VQ1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661021_VT2_.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661021_VT1_.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

Direct download: 661015_VT2__.mp3
Category:short clips -- posted at: 6:00pm +07

Direct download: 661015_VT1__.mp3
Category:short clips -- posted at: 8:00am +07

1 2 3 4 5 6 7 Next » 96