"เมื่อเราภาวนาจนจิตเข้าถึงความเป็นกลางด้วยปัญญา ตรงนี้คือ ประตูแห่งอริยมรรคแล้ว เบื้องต้น รู้สภาวะ จิตไม่เป็นกลาง ให้รู้ทันด้วยสติ รู้ทันว่าตอนนี้ไม่เป็นกลางแล้ว ยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง จะเป็นกลางด้วยสติ ใช้จิตที่เป็นกลางแล้วเนี่ย เรียนรู้ความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนามไปเรื่อย สุดท้ายจะเป็นกลางด้วยปัญญา เมื่อเป็นกลางด้วยปัญญา จิตจะหมดความดิ้นรน คำว่ารู้ คำว่าเห็น สักแต่รู้ สักแต่เห็น จะเกิดขึ้นตอนนี้" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๐ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600312B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:30pm ICT

"ถ้าต้อง บิ้ว กันนานนะ กว่าจะยอมทำความดีนะ อันเนี้ย จิตดวงนี้ เป็นกุศลที่มีกำลังอ่อน แต่ถ้ามันเกิดโดยสันดาน อยากดีเองนะ มันเป็นกุศลที่มีกำลังกล้า เราจะฝึกจิต จนกระทั่งจิตเป็นกุศลมีกำลังกล้า ถ้าไม่มีกำลังกล้า จะไปภาวนายังไง จะไปเจริญปัญญาอะไร ปัญญานั่นเป็นบุญ เป็นกุศลที่ใหญ่ที่สุดเลย เพราะฉะนั้น เราจะต้องมาฝึก หัดรู้สภาวะไป จนจิตจำสภาวะได้แม่น แล้วสติเกิดเอง จิตจะเป็นมหากุศลจิต อสังขาริกัง โดยไม่ชักชวน เกิดได้เอง ของฟรีไม่มี ต้องฝึก" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๐ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600312A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:30pm ICT

"หัดรู้สึกบ่อยๆ แล้วเราจะรู้ความจริงของมัน ความจริงก็คือ"ตัวเราไม่มี" การค้นพบว่าตัวเราไม่มี เป็นประโยชน์มาก บางคนตกใจ อุตสาห์ปฏิบัติเพื่อหาตัวตนที่แท้จริง อยากมีตัวตนที่แท้จริง ถ้าปฏิบัติเป็น ดูกายดูใจ ตรงตามความเป็นจริง จะพบว่าตัวเราไม่มีหรอก การที่ตัวเราไม่มี ไม่ใช่ความสูญเสีย แต่มันเป็นความเป็นจริงซึ่งเป็นอยู่แล้ว” -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๐ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600311B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm ICT

"บางคนตกใจว่า ศึกษาศาสนาพุทธแล้ว สูญเสียความเป็นตัวเราไป ที่จริง ไม่ได้สูญเสีย ความเป็นตัวเรา ไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว มีแต่ความหลงผิด ว่ามีตัวเรา พอหลงผิด ว่ามีตัวเรา มันก็เชื่อผิดๆ คิดผิดๆ เลยทำผิดๆ ไปหมด" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗๐ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600311A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 5:00pm ICT

"ภาวนาไปนะ ถอดถอนกิเลสไป ด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา เครื่องมือที่พระพุทธเจ้าให้ เครื่องมือโบร่ำโบราณ สอนมาหลายพันปีละ กิเลสก็ของโบราณ มีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โลภ โกรธ หลง ของเก่าเจอกับของเก่า 3 ต่อ 3 โลภ โกรธ หลง ศีล สมาธิ ปัญญา ใครจะแพ้ ใครจะชนะ..... ตอบได้มั้ย ส่วนใหญ่ใครแพ้ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นของดี เป็นอาวุธวิเศษ แต่ไม่มีผู้ใช้เท่าไหร่ คนที่หยิบจับอาวุธนี้ขึ้นมาไม่ค่อยมี มันมีแต่ทาสของกิเลสเต็มบ้านเต็มเมือง ต้องสู้นะ ค่อยภาวนา สู้เอา อย่าท้อถอย" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600305B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00pm ICT

"ศัตรูของเรานะ คือ กิเลส เครื่องมือในการสู้ศัตรู คือ ศีล สมาธิ ปัญญา กิเลส อย่าไปตามใจมัน แต่พัฒนา ศีล สมาธิ ปัญญา ขึ้นมา กำลังยังอ่อน ก็ใช้ศีลรักษาใจ ข่มใจไว้ ไม่ทำตามกิเลส มีสมาธิ ก็กำลังของจิตมากขึ้น ก็ยัน ช่วงไหนมีสมาธิดี กิเลสก็หนี ช่วงไหนสมาธิอ่อน กิเลสก็มา มีปัญญา ก็ขุดรากถอนโคนกิเลสไป ก็สิ้นกิเลสแล้วคราวนี้ หมดกิเลสแล้ว สบาย" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600305A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 3:30pm ICT

"ไหลไปก็หลงลืมตัวเองไป ดูกายดูใจ ไม่ได้จริง ดึงเอาไว้ ตึงเครียดนะ ก็เป็น อัตตกิลมถานุโยค ทำกาย ทำใจให้อึดอัด ให้ลำบาก ให้เรารู้ทัน เราไม่สุดโต่งไปสองข้าง วิธีไม่ให้สุดโต่งไปสองข้าง ให้มันเข้าทางสายกลาง คือ มันหลงแล้วรู้ เนี่ย ดีที่สุดเลย ไม่ต้องไปทำว่า จะทำยังไงจะถูกต้อง ทำยังไงจะเป็นทางสายกลาง ทำยังไงจะพอดี" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600304B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am ICT

"ที่ภาวนามานี่ มาด้วยความอดทน มาด้วยความช่างสังเกต อดทนอย่างเดียวไม่ได้ ควายมันก็อดทนเหมือนกัน อาศัยความช่างสังเกต เรียกว่า "โยนิโสมนสิการ" สังเกตไปเรื่อยๆ เลย ทำไมจิตเป็นแบบนี้ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่คิด"ฟุ้งซ่าน"นะ เห็นสภาวะก่อน มีสภาวะ อย่างนี้เกิดขึ้น มันคืออะไร มันคืออะไร ก็ไม่มานั่งคิดจินตนาการเอา มันน่าจะอย่างนี้ มันน่าจะอย่างนี้ ไอ้อย่างนั้นเรียกว่า "ฟุ้งซ่าน" มันคืออะไร มันเป็นอะไร มันทำอะไร ดูมันไปเรื่อยๆ สังเกตมัน ค่อยๆ ดูมันไป ไม่ใช่คิดเอา คิดเอานี่ ไม่ได้กินหรอก "ฟุ้งซ่าน" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐

Direct download: 600304A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am ICT

"พวกที่ปฏิบัติมี 2 กลุ่ม พวกนึงไม่เอาสมาธิเลย อยู่ๆ ก็เจริญปัญญา หรือไม่ก็คิดเอา คิดธรรมะเอา แล้วคิดว่า เนี่ย ใช้ได้แล้ว ที่จริงฟุ้งซ่าน พวกไม่ทำสมาธิเลย ไม่ได้ฝึกจิตสิกขาก่อน อย่างไปดูรูปดูนามนะ มันจะเป็นเพ่งรูปเพ่งนามทั้งหมดเลย ไปขยับมือทำจังหวะ ก็เพ่งมือ ไปดูท้องพองยุบ ก็เพ่งท้อง ไปเดินจงกลม ก็เพ่งเท้า ไม่ก็เพ่งมันทั้งตัวเลย เพราะว่าไม่ทำสมาธิ อีกกลุ่มนึงชอบทำสมาธิ นั่งแล้วก็เคลิ้ม ง็อกแง็กๆ นะ ไม่ก็เครียดๆ มันก็มิจฉาสมาธิอยู่ดี พวกที่ไม่เอาสมาธิเลย แล้วเดินปัญญาเลย ก็ฟุ้งซ่าน พวกที่ทำสมาธินะ ไม่มีสติ ก็เป็นมิจฉาสมาธิ เซื่องซึมไป เราภาวนามาแล้ว เรารู้เลยว่า จิตที่เดินแบบนี้ ไปไม่รอดหรอก" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600226B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 11:30am ICT

"ถ้าวิปัสสนูปกิเลสเกิดขึ้น เช่น จิตโล่ง จิตว่าง สว่าง สบาย อยู่อย่างนี้นิรันดร ให้รู้ทันเลยว่าจิตไม่ถึงฐาน สมาธิไม่พอ ค่อยๆ ทำกรรมฐานแล้วก็คอยรู้ทันจิตที่เคลื่อนออก พอจิตตั้งมั่นปุ๊บ วิปัสสนู หายทันทีเลย" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600226A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am ICT

"ไม่พยายามทำสิ่งที่ดี ไม่ต่อต้านจิตที่เลว รู้อย่างที่เค้าเป็นไปเรื่อย พอถึงจุดหนึ่งปัญญามันเกิด มันรู้ว่า จิตทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ตัวเราเลย จิตไม่ใช่เราแล้วในโลกนี้ ไม่มีอะไรเป็นเรา ถ้าจิตเป็นเราอันเดียว ในโลกนี้ก็มีเราขึ้นมาอีก และถ้าภาวนาไปเรื่อยๆ นะ เมื่อไหร่ปล่อยวางจิต เมื่อนั้นปล่อยวางโลกทั้งโลกเลย เห็นผิดที่จิตอันเดียว ก็เห็นผิดโลกทั้งโลก ยึดถือจิตอันเดียว ก็คือยึดถือโลกทั้งโลก เห็นถูกที่จิตอันเดียว ก็เห็นถูกทั้งหมดทั้งโลกเลย ปล่อยวางที่จิตอันเดียว ก็ปล่อยวางโลกทั้งโลกเลย" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรมแผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600225B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 11:30am ICT

"ฝึกกันนานนะ กว่าจะเข้าใจว่า จริงๆ ไม่ได้ฝึกเพื่อให้รู้ตลอดเวลา จริงๆ ไม่ได้ฝึกเพื่อไม่ให้หลง แต่ฝึกให้เห็นว่า รู้ก็ไม่เที่ยง หลงก็ไม่เที่ยง รู้ก็รักษาไม่ได้ หลงก็ห้ามไม่ได้ ตรงที่รู้ก็รักษาไม่ได้ หลงก็ห้ามไม่ได้ คือ อนัตตา -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600225A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 6:00am ICT

"ธรรมดานะ ความสุขของเราอาศัยอิงอาศัยคนอื่นอยู่ ต้องมีคนนี้ ถึงจะมีความสุข อะไรอย่างนี้ ทีนี้ คนเนี่ย แปรปรวน เราอย่าไปฝากชีวิตไว้กับคนอื่น ไม่ใช่เราคนเดียวที่มีปัญหานี้นะ ในยุคนี้เป็นยุคที่เขานิยมมีกิ๊กกัน ผู้หญิงก็มีนะ ผู้ชายก็มี แล้วก็ทำร้ายกันบอบช้ำไป ศีลไม่มี ทำร้ายคนอื่น ที่จริงทำร้ายตัวเองนะ ตัวเองกิเลสจะแรงขึ้น พวกที่ผิดศีล" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600219B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 2:00pm ICT

"ที่จริง ฆราวาสนะ ถ้าอยากพ้นทุกข์ ก็ทำได้ เพราะความเป็นพระ หรือเป็นฆราวาส มันเป็นโดยสมมติ เท่านั้นเอง พระ ก็พระสมมติขึ้นมา ปฏิญาณตัวว่าจะรักษาพระธรรมวินัยเข้มงวด จิตใจก็ยังเป็นฆราวาสอยู่ เป็นปุถุชนเหมือนพวกเรา ส่วนใหญ่ ทำถูกบ้าง ทำผิดบ้าง ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง ถ้ารักดี ก็ขยันภาวนา ครูบาอาจารย์ก็จะสอนเป็นลำดับๆ ไป ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ฆราวาสเนี่ย ที่ผ่านมาเนี่ย ไม่มีโอกาสได้ฟังธรรมะ การปฏิบัติในขั้นละเอียดจริงๆ เลย ถ้ามีโอกาสฟังนะ ก็ทำได้ ถ้าอยากจะทำ ถ้ารักที่จะทำ อยากพ้นทุกข์จริงๆ ทำได้ แล้วทำไปเรื่อยๆ แล้ววันนึง ตัวเรายังเป็นฆราวาสอยู่ แต่ใจเราเป็นพระไปแล้ว ก็ทำได้ ไม่มีผู้หญิง ผู้ชาย ธรรมะ ไม่เลือกเพศ เพศผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ เพศสับสนก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด อยู่ที่ภาวนาเอา" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600219A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:57am ICT

"ถ้าเมื่อไหร่เราเห็นสภาวะ แล้วเราเห็นความยินดีหรือยินร้ายต่อสภาวะ ความยินดียินร้ายจะดับอัตโนมัติ เมื่อมันดับไปแล้ว จิตก็เข้าสู่ความเป็นกลาง เดี๋ยวเจอสภาวะอันที่สอง จิตยินดีหรือยินร้ายอีก รู้อีก จิตก็เป็นกลาง ดูซ้ำๆ ไป หมื่นสภาวะ แสนสภาวะ ล้านสภาวะ มีตัวไหนเกิดมา ดูมันไป ซ้ำไปอย่างนั้น สุดท้ายจิตมันฉลาด มันรู้ว่า สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ มันยอมรับตรงนี้" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600218B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:55am ICT

"จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น แต่จิตที่ตั้งมั่นต้องสงบด้วย ตัวนี้ต้องแม่นนะ จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น เช่น เรารู้ลมหายใจ จิตไหลไปอยู่กับแสงสว่าง ไปอยู่กับลมแล้ว ไม่ได้ตั้งจริง แต่ว่าเคลื่อนออกไป ในขณะที่จิตที่ตั้งมั่น มันสงบอยู่ในตัวของมันเอง มันไม่ฟุ้ง มันไม่แส่ส่าย จิตที่สงบและตั้งมั่น อาศัยการมีสติรู้ทันจิตที่เคลื่อน" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600218A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:53am ICT

"สมาธิ เหมือนยาแก้ปวด มันทำให้เราหายทุกข์ชั่วคราว เดี๋ยวก็ทุกข์ใหม่ การเจริญปัญญา เหมือนการแก้ที่ต้นเหตุของโรคจริงๆ วิธีการเจริญปัญญาก็คือ ใช้ใจที่มีสมาธิ ใจเป็นคนดูสบายๆ ดูร่างกายมันทำงาน ดูจิตใจมันทำงาน พอดูไปเรื่อยๆ เราจะรู้ความจริงว่า ตัวเราไม่มี รู้อย่างแจ่มแจ้งเลย แล้วตัวเราจะไม่ผุดขึ้นมาอีกเลย เมื่อไม่มีตัวเรา มันก็ไม่มีที่ตั้งของความทุกข์ทางใจ ถ้ามีเราขึ้นมามันก็มีทุกข์ มีที่ตั้งของความทุกข์ได้" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600212B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:46am ICT

"เวลาที่ความรู้ ความเข้าใจเกิดขึ้น มันเข้าใจรวบยอด มันไม่ได้เข้าใจว่า ความโกรธ เกิดแล้วดับ หรือจิตโกรธ เกิดแล้วดับ ไม่ได้เข้าใจว่าความโลภ เกิดแล้วดับ หรือว่าจิตโลภ เกิดแล้วดับ มันเข้าใจรวบยอด จิตทั้งหมดแหละ เกิดแล้วดับ จิตทั้งหมด ไม่ใช่ตัวเรา เวลาความเข้าใจเกิด มันเป็นความเข้าใจรวบยอด ไม่ใช่เข้าใจทีละชิ้นเล็กๆ เหมือนต่อจิ๊กซอว์ ต่อจิ๊กซอว์ไปนะ ตอนนี้โกรธ แล้วก็ดับ โลภแล้วดับ ต่อทุกวัน ต่อๆๆ ไป จนวันหนึ่งมัน ปิ๊ง ขึ้นมา ทั้งหมดนั้นแหละ เกิดแล้วดับ ทั้งหมดแหละ ไม่ใช่ตัวเรา" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600212A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:42am ICT

"เราก็ต้องรู้ตัวเอง ว่าธรรมะอะไรสมควรแก่เรา จะเจริญวิปัสสนา จะรู้รูป หรือรู้นาม รู้รูป รู้นามแล้ว จะมองในมุมของอนิจจัง หรือทุกขัง หรืออนัตตา ความถนัดแต่ละคนไม่เหมือนกัน เลียนแบบกันไม่ได้ ธรรมะ ถ้าไม่สัปปายะกับตัวเรานะ ภาวนาแล้วไม่สำเร็จ" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600211C.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:40am ICT

"โดยธรรมชาติขันธ์ มันแยกอยู่แล้ว ทีนี้ พอเราเป็นนักปฏิบัติ มันผิดธรรมชาติไป เพราะนักปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นอันดับแรกเลย คือ "อยาก" พอ "อยาก" ก็รวบเข้ามา (รวบขันธ์เข้ามา) ฝึกแทบตาย เพื่อจะกลับไปสู่สภาวะอันเดิม (ขันธ์แยกโดยธรรมชาติ) สร้างอะไรต่ออะไรขึ้นมารุงรัง เพื่อวันหนึ่งจะต้องทิ้งมันไป แต่ถ้าไม่สร้างเลยก็ไปไม่ไหว บางคนจึงเพ่งไว้ก่อน ตึงไว้ก่อน แล้วให้มันค่อยๆคลาย คลายแล้วมันพอดี พอดีแล้ว แทบเขกหัวตัวเองเลย ว่าอันนี้ของ "ธรรมดา" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600211B.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:34am ICT

"ในอภิธรรมสอนไว้ชัดเลยนะ บอกว่า ความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ แต่พวกเราเรียนกันผิดๆ นะ เราคิดว่าสมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดความสุข สมาธินะ พอประณีตขึ้นไปจริงๆ เป็นอุเบกขา ไม่ได้เป็นความสุขแล้ว" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600211A.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 1:28am ICT

"อะไรที่เป็นหน้าที่ต้องทำนะ ไม่เช่นนั้นเราจะตำหนิตัวเองทีหลัง การที่เราทำหน้าที่ มันจะมีความอิ่มอกอิ่มใจขึ้นมา มันจะได้สมาธิง่ายด้วย และการที่เราต้องทำหน้าที่ทั้งๆที่ฝืนใจอยู่นี่นะ อย่างเลี้ยงครอบครัว เลื้ยงพ่อเลี้ยงแม่อะไรนี่นะ มันจะอื่มใจนะ มันจะภูมิใจตัวเอง จิตใจมันจะมีความสุข ถ้าทิ้งหน้าที่ไปจะไม่มีความสุข ใจฟุ้งซ่าน สมาธิไม่เกิด" พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

Direct download: 600205.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 4:32pm ICT

"ขันธ์ แปลว่า กอง, ส่วน สิ่งที่ประกอบเป็นตัวเรามันมี ๕ ส่วน ทำไมเป็น ๕ ส่วนได้ ก็เพราะมันแยกกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ไปจับมันแยกหรอก แต่พวกนักปฏิบัติมักจะรวบมันเข้ามา หรือเวลามีกิเลสแรงๆ ก็ไปรวบมันเข้ามา เอาขันธ์นั้นมารวมเป็นเราขึ้นมา เป็นกูขึ้นมา" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๙ วันที่ ๐๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ (600204)

Direct download: 600204.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 9:52am ICT

"โดยธรรมชาติของจิต มันจะเอาเข้า อยากได้ตลอด วันหนึ่งอยากกี่ครั้ง - นับไม่ถ้วนเลย รู้สึกไหม มันจะเอา ฝึกทำทานนี่ ฝึกเอาออก สละไปเรื่อย สละวัตถุสิ่งของเป็นทานเบื้องต้น มันทำง่าย ทานสูงขึ้นไปเป็นทานระดับอุปบารมี ระดับกลางๆ สละเลือดเนื้อของตัวเอง ไม่ถึงขั้นสละชีวิต สละเลือดเนื้อได้ อย่างไปบริจาคโลหิตอย่างนี้ บริจาคโลหิต มันยากกว่าบริจาคเงินนะ รู้สึกไหม มันทำยากกว่ากัน มันสละยากกว่ากัน จะสละได้ ใจต้องแข็งพอ แล้วทานขั้นสุดท้ายนี่นะ สละชีวิตเพื่อธรรมะได้ เหมือนอย่างพระเวสสันดร ตั้งใจเลยถ้าใครมาขอชีวิตก็จะให้ ใครมาขออะไรให้หมดเลย" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๘ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐ (600129)

Direct download: 600129.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 11:29am ICT

"โลกนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พระพุทธเจ้าสอนเรา มันไม่เที่ยง ทุกอย่างมันคงที่อยู่ที่เดิมไม่ได้ ถ้าพยายามจะฝืนอยู่ที่เดิม มันจะเป็นเทุกข์ คือถูกบีบคั้นให้สลายไป ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ในอำนาจบังคับของใครคนใดคนนึง เรียกว่าเป็นอนัตตา" พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๖๘ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๐

Direct download: 600128.mp3
Category:Dhamma Talks -- posted at: 7:06pm ICT

1 2 3 4 5 6 7 Next » 23